
‘นิวัฒน์ธำรง’ย้ำหน้าที่คลังกู้2.7แสนล้านจำนำข้าว
“นิวัฒน์ธำรง” ย้ำหน้าที่ “คลัง” หาเงินหมุนเวียนจำนำข้าว ชี้งบประมาณเปิดช่องให้กู้
“นิวัฒน์ธำรง” ย้ำหน้าที่ “คลัง” หาเงินหมุนเวียนจำนำข้าว ชี้งบประมาณเปิดช่องให้กู้
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับกระทรวงการคลังและตกลงกันแล้วว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการจัดหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียน 2.7 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/2557 ที่เริ่มต้นวันที่ 1 ต.ค. ไม่ว่าจะด้วยวิธีการกู้เงินใหม่หรือหาเงินมาจากแหล่งอื่นๆ
“ได้คุยกับกระทรวงการคลังแล้วว่าเป็นหน้าที่คลังที่จะไปหามา ส่วนจะไปหามาจากไหนก็แล้วแต่เขา ส่วนการเร่งระบายข้าว ไม่ต้องห่วง ถึงไม่บอก เราก็เร่งระบายเต็มที่อยู่แล้ว ขอย้ำว่ากระทรวงการคลังมีหน้าที่ไปหาเงิน เหมือนกับผมที่มีหน้าที่รับจำนำข้าวและขายข้าว” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสามารถสั่งการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวได้ โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน และตามกฎหมาย ระบุว่า ปีงบ 2557 กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้โครงการต่างๆ รวมถึงโครงการรับจำนำข้าวได้ 20% ของงบประมาณ หรือกว่า 5 แสนล้านบาท
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้การกู้เงินหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวต้องไม่เกิน 5 แสนล้านบาทนั้น กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง ว่ากำหนดกรอบไว้เฉพาะโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2554/2555 และ 2555/2556 หรือไม่ แต่ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2556 เงินกู้ต้องไม่เกิน 5 แสนล้านบาท
“ผมจะพยายามทำให้มันอยู่ในกรอบนี้ แต่ตอนนี้เขา (กระทรวงการคลัง) ต้องไปหาเงินมาหมุนก่อน และวันที่ 31 ธ.ค. 2556 กรอบเงินกู้หมุนเวียนต้องไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ส่วนเงินที่จ่ายให้ชาวนาที่นำข้าวเปลือกเข้าโครงการในวันที่ 1 ต.ค. เรามีเงินพร้อมแน่นอน” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
นอกจากนี้ ได้รายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า บางโรงสีอาจยังเข้าร่วมโครงการรับจำนำไม่ได้ เพราะต้องมีการตรวจนับสต๊อกข้าวโรงสีก่อน ว่ามีข้าวเก่าที่ค้างส่งมอบมีเท่าไหร่ แต่กว่าชาวนาจะนำข้าวเปลือกมาร่วมโครงการจริงอาจเป็นปลายเดือน ต.ค. เพราะมีหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ เช่น การทำประชาคมและออกใบรับรองชาวนา







