
กู้ลดแล้วโกงยังไม่ลด
...พิชัย นริพทะพันธุ์
ในที่สุดข้อเรียกร้องของผู้เขียนก็ประสบความสำเร็จ โดยรัฐบาลยอมยกเลิก พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยอ้างว่ามีการจัดเก็บภาษีอากรได้เป็นที่พอใจแล้วก็ไม่ต้องกู้เงินจำนวนนี้อีกต่อไป นับเป็นประโยชน์แก่ประเทศอย่างมาก เพราะจะไม่ทำให้สถานะการเงินการคลังของประเทศต้องมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น เพราะจำนวนเงินที่กู้มาแล้วก็ไม่ได้สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้แต่อย่างไร มีแต่เรื่องการทุจริตออกมาตลอดเวลา
ผู้เขียนได้เรียกร้องเรื่องนี้มาหลายอาทิตย์ติดต่อกันโดยได้อ้างหลายเหตุผล จนบางครั้งยังเกรงว่าผู้อ่านอาจจะเบื่อ แต่ก็เพราะเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ และดีที่รัฐบาลยังรับฟังและนำไปปฏิบัติแม้ว่าความเป็นจริงถึงแม้จะอยากจะดำเนินการต่อก็อาจลำบาก เพราะเมื่อนำเข้าสภาก็อาจจะไม่ได้รับความเห็นชอบอยู่ดี
แต่สิ่งที่น่าผิดหวังอย่างมากกลับเป็นเรื่องที่ผู้เขียนได้ชมเชยไปในอาทิตย์ที่แล้วคือเรื่องภาษีทรัพย์สิน ซึ่งปรากฏว่าไม่มีรายละเอียดในการจัดเก็บแต่อย่างไร อีกทั้งรมว.คลังได้ออกมาบอกว่าจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 ปีกว่าที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้เท่ากับเป็นการจัดฉากเพื่อให้ดูดีเท่านั้น เพราะในอีก 2 ปีข้างหน้าอะไรก็เกิดขึ้นได้ และในภาวะปัจจุบันโอกาสที่ท่านจะกลับมาบริหารก็มีไม่มากนักและอาจจะโดนตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จากการโดยยุบพรรคได้ ดังนั้นความฝันในการเพิ่มรายได้ให้รัฐและลดช่องว่างระหว่างผู้มีรายได้โดยใช้ภาษีทรัพย์สินนั้นยังอยู่บนความไม่แน่นอนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งถ้าหากมีความตั้งใจจริงแล้วน่าจะเร่งกระบวนการดังกล่าวให้แล้วเสร็จได้อย่างแน่นอน
ตรงข้ามกับเรื่องไม่ควรจะทำแต่กลับเร่งทำ เช่น การที่ท่าน รมว.คลังได้สั่งการให้อธิบดีกรมบัญชีกลางได้เร่งทำการโอนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท เข้าหลวงทั้งๆ ที่คดียังอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์ซึ่งถ้าหากการตัดสินสิ้นสุดหมดแล้ว การกระทำดังกล่าวนั้นก็ย่อมสามารถที่จะกระทำได้ และเรื่องดังกล่าวนี้ทั้งธนาคารกรุงเทพและธนาคารไทยพาณิชย์ยังต้องปฏิเสธการดำเนินการ โดยขอให้ได้รับคำสั่งชัดเจนจากศาลก่อน และเรื่องที่ท่าน รมว.คลังออกมาบอกความเคลื่อนไหวทางการเงินในบัญชีธนาคารของคนในครอบครัวอดีตนายกฯ ก็ไม่ทราบว่าท่านใช้สิทธิใดในการออกมาแถลงเรื่องดังกล่าว ทั้งๆ ที่เรื่องนี้น่าจะเป็นสิทธิส่วนบุคคลระหว่างธนาคารและลูกค้า เรื่องทั้งสองนี้มีความเหมาะสมในการดำเนินการขนาดไหน ผู้เขียนจึงอยากจะเรียกร้องอีกครั้งสำหรับมาตรฐานกระทรวงการคลังที่ควรจะเป็น
อีกเรื่องนี้หนึ่งที่อยากให้มีการจับตากันให้ดี คือในภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองขณะนี้ ทำให้เกิดโอกาสแก่นักการเมืองที่จะใช้ประโยชน์ในการคอร์รัปชันหรือโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้คนที่ตนเองสั่งได้มาช่วยดำเนินการในการทุจริต เช่น การโยกย้าย 2 อธิบดีในกระทรวงพาณิชย์ที่ผู้ที่ถูกเปลี่ยนได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงและมีความซื่อตรง โดยได้ออกมาพูดสวนกับท่านรัฐมนตรีหลายหน โดยเฉพาะในเรื่องการขาดแคลนน้ำตาลที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าขาด ในขณะที่ท่านอธิบดีบอกว่าไม่ขาด โดยที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงที่มีประสิทธิภาพการบริหารต่ำสุด โดยมีข่าวคราวการทุจริตอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะข่าวคราวการทุจริตการประมูลสินค้าเกษตร
นอกจากนี้ ปัญหาราคาข้าวตกต่ำก็ไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกวิธี ราคาข้าวเปลือกได้ตกต่ำลงเรื่อยๆ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาเป็นจำนวนมาก ทำให้เชื่อได้ว่าระบบการประกันรายได้ที่รัฐบาลนำมาใช้น่าจะไม่เป็นผล รัฐบาลน่าจะกลับไปใช้นโยบายการจำนำเหมือนเดินน่าจะได้ผลมากกว่า เหตุหนึ่งของการที่ราคาข้าวตกต่ำเพราะกระทรวงพาณิชย์มีสต๊อกข้าวเป็นจำนวนมาก และมีการปล่อยข่าวว่าจะระบายข้าวออกตลอดเวลา ทำให้ราคาข้าวถูกกดให้ต่ำลงจนมีข่าวลือว่ามีการพัวพันกับนักการเมืองที่ได้มีการเก็งกำไรราคาข้าวในตลาดล่วงหน้าในต่างประเทศ และต้องการกดราคาข้าวเพื่อสร้างกำไร ทำให้มีการปล่อยข่าวว่าจะระบายสต๊อกข้าวจำนวนมหาศาลอยู่ตลอดเวลา จึงอยากให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้และขอร้องว่าอย่าเอาความเดือดร้อนของชาวนาที่เป็นคนส่วนมากมาหากำไรเพื่อตนเองเลย
เรื่องล่าสุดกับการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินจำนวน 7,200 ล้านบาท ให้กับ CAT Telecom ในการซื้อธุรกิจคืนจากบริษัท ฮัทชินสัน ทำให้มีข้อสงสัยว่าจำนวนดังกล่าวได้มีการประเมินราคาสินทรัพย์อย่างถูกต้องหรือเปล่า เพราะมูลค่าอุปกรณ์หลังจากหักค่าเสื่อม น่าจะมีมูลค่าต่ำกว่านี้มากถึงกว่าครึ่ง ถ้าตีมูลค่าปัจจุบันและการที่อ้างว่าเป็นมูลค่าของจำนวนผู้ใช้ประมาณ 34 แสนราย ก็ไม่น่าจะถูก เพราะบริษัท ฮัทชินสัน ได้ถูกว่าจ้างให้เป็นผู้ทำการตลาดให้กับ CAT Telecom ดังนั้นลูกค้าจำนวนดังกล่าวจึงเป็นของ CAT Telecom อยู่แล้ว ไม่ได้มีความจำเป็นต้องซื้อต่อจากบริษัท ฮัทชินสัน แต่อย่างไร ทำให้คนทั่วไปอดคิดไม่ได้ว่าน่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝงและเป็นเหมือนการซื้อใจพรรคร่วมให้อยู่ก้บรัฐบาลต่อไป เพราะถึงแม้ CAT Telecom จะซื้อกลับมาได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำให้ประสพความสำเร็จได้
เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหนังตัวอย่างเท่านั้น โดยจะได้นำเสนอต่อไป และต้องถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลยอมลดเงินกู้ลง แต่อยากให้ระวังในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันที่ยังไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด







