
เขื่อนระบายน้ำรับ 'หวู่ติ๊บ' เฝ้าระวัง 19 จังหวัด เหนือ-อีสาน
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เพื่อเตรียมรับผลกระทบจากพายุหวู่ติ๊บ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เพื่อเตรียมรับผลกระทบจากพายุหวู่ติ๊บ เนื่องจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเขื่อนป่าสักอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 30 ก.ย. เขื่อนป่าสักระบายน้ำปริมาณ 27.67 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากเดิม 8 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ การระบายน้ำดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักในพื้นที่ จ.สระบุรี เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 65 เซนติเมตร ส่วนเขต อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.901.10 เมตร จากระดับน้ำปัจจุบัน
สำหรับฝนที่ตกหนักรวมทั้งน้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้พื้นที่ อ.บางบาล และเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงขึ้น 0.61.5 เมตร ซึ่งน้ำดังกล่าวจะไหลไปยังโครงการผักไห่ต่อไป
แม้พายุหวู่ติ๊บจะยังไม่ส่งผลกระทบ แต่หลายพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ก็ประสบปัญหาหนักหน่วงอยู่แล้ว ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้คันกั้นน้ำในหลายพื้นที่พังทลายลง
โดยเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 30 ก.ย. ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้คันดินคลองชลประทาน ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พังทลายเนื่องจากน้ำท่วมกัดเซาะ ประกอบกับการเปิดบานประตูระบายน้ำต่างๆ ตามที่ชาวบ้านรวมตัวเรียกร้อง ทำให้น้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีได้ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมตัวเมืองปราจีนบุรีทั้งหมด ระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร
ด้าน จ.พิษณุโลก คันกั้นริมแม่น้ำวังทองบ้านทางลัด ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พังเป็นทางยาว น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูง 1 เมตร
นกหวีด เฟื่องอาวรณ์ นายก อบต.วังพิกุล กล่าวว่า คันกั้นน้ำวังทองแตกหลายจุด สร้างความเสียหายให้กับนาข้าวที่กำลังออกรวงถึง 7% น้ำไหลแรงและกว้างมาก ไม่สามารถนำเครื่องจักรหรือกำลังคนเข้าไปซ่อมแซมคันกั้นน้ำได้ ต้องปล่อยให้ไหลไปตามธรรมชาติ ทำได้คือการช่วยเหลืออพยพคน สัตว์เลี้ยง และหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้ก่อน
ขณะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ฝนที่ตกหนัก ทำให้ถนนลาดยางสายเกาะเกิดบางประแดง แนวกั้นน้ำฝั่งตะวันตก ของแม่น้ำเจ้าพระยาในเขต อ.บางปะอิน ทรุดตัวลึกลง 1 เมตร เป็นแนวยาวกว่า 10 เมตร ทำให้แท่งปูนแบริเออร์สำหรับป้องกันน้ำท่วมทรุดตามลงด้วยเช่นกัน
ด้านพื้นที่เกาะเมือง อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดล้อมป้องกันน้ำท่วม ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำท่วมขังในเขตเกาะเมือง ต้องเร่งสูบน้ำเพื่อระบายออก
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) แจ้งเตือนว่า อาจเกิดพายุลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่ จ.มุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ สกลนคร กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย น่าน อุตรดิตถ์ แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ช่วงวันที่ 30 ก.ย.1 ต.ค.นี้
ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ยังต้องเฝ้าระวังชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมฝั่งแม่น้ำ อีกทั้งพายุหวู่ติ๊บอาจส่งผลให้สถานการณ์ขยายวงกว้างมากขึ้น นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งกำชับให้ ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือ







