posttoday
วิพากษ์ 'เขตสุขภาพ' 1 ต.ค. ถอยหลังเข้าคลอง

วิพากษ์ 'เขตสุขภาพ' 1 ต.ค. ถอยหลังเข้าคลอง

01 ตุลาคม 2556

1 ต.ค. ดีเดย์ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ภายใต้หลักการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน / วิทยา ปะระมะ

1 ต.ค. ดีเดย์ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ภายใต้หลักการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น

โครงสร้างใหม่ตามแนวคิดของ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข แบ่งการบริหารออกเป็น 12 เขตสุขภาพ (Service Provider) ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ นนทบุรี ราชบุรี ชลบุรี ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และสงขลา โดยแต่ละเขตควบรวมพื้นที่ 6-7 จังหวัด

ผู้ตรวจราชการกระทรวงมีสถานะเป็น “ซีอีโอ” เขต ทำหน้าที่กระจายงบประมาณไปยังสถานบริการ จัดบริการร่วมกันในแต่ละโรงพยาบาล จ้างบุคลากร และจัดซื้อจัดจ้าง

สำหรับนโยบาย เดิมทีส่วนกลางเป็นผู้กำหนด แต่โครงสร้างใหม่นี้มอบอำนาจให้แต่ละพื้นที่ดำเนินการตามความเหมาะสม

“ผมยังไม่ได้ศึกษาบทบาทของเขตสุขภาพว่าทำหน้าที่ในเชิงสั่งการหรือประสาน แต่หากให้เขตสุขภาพเป็นผู้สั่งการจะเป็นการถอยหลังเข้าคลอง” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กุนซือยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และผู้ทำคลอดโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ระบุอย่างชัดคำ

นพ.สุรพงษ์ อธิบายว่า บริบทในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรให้แต่ละเขตสุขภาพเป็นผู้กำหนดนโยบาย หลักการที่ถูกต้องคือให้แต่ละโรงพยาบาลเป็นผู้บริหารหรือตัดสินใจเอง นอกจากกรณีสำคัญก็อาจมีการตั้งคณะกรรมการร่วมของโรงพยาบาลในพื้นที่ขึ้นมา แต่ก็เป็นไปเพื่อประสานและหารือ ไม่มีโรงพยาบาลใดสั่งโรงพยาบาลใดได้

ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องเป็นคณะกรรมการหรือเครือข่ายที่ สธ.เป็นผู้กำหนด ไม่ต้องมีถึง 5-7 จังหวัด ขนาดของเครือข่ายอาจเป็นจังหวัดเดียวก็ได้ มันใหญ่มากพอแล้ว

เปรียบเทียบกับเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่มีหลายโรงพยาบาลย่อยๆ ทุกโรงพยาบาลย่อยก็มีซีอีโอเป็นของตัวเอง เขาก็บริหารกันไปเอง ตัดสินใจเอง ซีอีโอใหญ่จะไม่เข้ามายุ่ง นอกจากจะมีปัญหาหรือการตัดสินใจครั้งใหญ่เท่านั้น ที่เครือข่ายจะมาหารือร่วมกัน

“จากนี้ต้องดูบทบาทของผู้ตรวจราชการในฐานะซีอีโอว่าทำงานเพื่อตอบสนองใคร ซึ่งหลักการแล้วต้องตอบสนองท้องถิ่นไม่ใช่ตอบสนอง สธ. คำถามคือผู้ตรวจราชการที่ได้รับการแต่งตั้งมีความสามารถพอจริงหรือ และหากเกิดปัญหาขึ้นใครมีอำนาจเปลี่ยนตัวผู้ตรวจราชการได้”

“อาจมีคนมองในแง่ร้ายว่าเขตสุขภาพเป็นการรวบอำนาจของ สธ. แต่ผมไม่อยากมองขนาดนั้น แต่ตั้งคำถามต่อว่า อย่างเช่น เรื่องการกระจายบุคลากร เรื่องงบประมาณรายหัว ซึ่งเดิมทีทุกโรงพยาบาลไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ก็จะได้ไป หากเขตสุขภาพบอกว่าเอาเงินรายหัวมารวมกันแล้วบอกว่าโรงพยาบาลขนาดเล็กเอาไปเท่านี้ก่อน มันจะผิดหลักการงบประมาณรายหัว เงินที่หน่วยบริการจะนำมาใช้เพื่อประโยชน์กับคนในพื้นที่จากนี้อาจจะใช้ได้ไม่เต็มที่ แต่ก็อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้”

อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่มีโรงพยาบาลของรัฐที่ขึ้นตรงกับ สธ. บทบาทที่ สธ.ควรทำจึงเป็นเรื่องการวางมาตรฐาน การตรวจสอบ การป้องกันโรคไม่ติดต่อ การพัฒนาระบบส่งต่อ และการจัดทำนโยบายระดับชาติ ส่วนโรงพยาบาลรัฐควรจัดให้เป็นองค์การมหาชน ให้ชุมชนและท้องถิ่นทำงานไป

“การปฏิรูประบบสาธารณสุขเมื่อ 12 ปีที่แล้ว เป็นการปฏิรูประบบงบประมาณ ส่วนการปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูประบบการจัดการ ซึ่งต้องคำนึงถึงจังหวะ ความพร้อม และสอดคล้องกับสถานการณ์ ที่สำคัญควรนำร่องทำทีละกลุ่ม การทำพร้อมกันทั้งหมดไม่เหมาะสม มันมีความเสี่ยง” นพ.สุรพงษ์ วิพากษ์ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท