
ปปช.มึนไม่พบรายงานศอฉ.สั่งสลายม็อบเสื้อแดง
ป.ป.ช.ไม่พบรายงานประชุม ศอฉ.สั่งสลายเสื้อแดงไล่สอบรายบุคคลก่อนแจ้งข้อกล่าวหา
ป.ป.ช.ไม่พบรายงานประชุม ศอฉ.สั่งสลายเสื้อแดงไล่สอบรายบุคคลก่อนแจ้งข้อกล่าวหา
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้สั่งการสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตได้หรือไม่นั้น จะต้องดูว่าการสั่งการของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการ ได้มีกระบวนการอย่างไรและได้คำนึงถึงความเหมาะสมหรือไม่ เพราะจากการศึกษาคำสั่งศาลในหลายๆ คดีก็มีการระบุชัดเจนว่าได้ใช้กระสุนจริง
นายวิชา กล่าวว่า ไม่เพียงเท่านี้ แต่จะต้องดูว่ามีกรรมการ ศอฉ.รายใดที่เกี่ยวข้องกับการออกคำสั่งดังกล่าวด้วย เพราะ ศอฉ.ทำงานในรูปแบบของบอร์ดเช่นเดียวกับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหากับกรรมการ ศอฉ.รายอื่นเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้เร็วๆ นี้
“เท่าที่ตรวจสอบพบว่าการประชุมของคณะกรรมการ ศอฉ. ไม่ได้มีการทำบันทึกรายงานการประชุม ทำให้การตรวจสอบของ ป.ป.ช.เป็นไปอย่างยากลำบากเพราะต้องอาศัยการสอบปากคำจากผู้ที่เกี่ยวข้องแทน” นายวิชา กล่าว
นายวิชา กล่าวว่า การไต่สวนคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างนำคำสั่งของศาลตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญาในคดีไต่สวนการตายของผู้เสียชีวิตแต่ละกรณีมาศึกษา
“เบื้องต้นมี 2 คดีที่ชัดเจนว่าไม่ได้เกิดจากการใช้อาวุธยิงปะทะกัน ได้แก่ คดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง และคดีการเสียชีวิตของ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรืออีซา โดยหลักแล้วถ้าไม่มีการปะทะกันก็คิดว่าไม่ควรใช้กระสุนจริง” นายวิชา กล่าว
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ศาลอ่านคำสั่งการชันสูตรศพการเสียชีวิตของ นปช. กรณีนายจรูญ ฉายแม้น และนายสยาม วัฒนนุกูล ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเชื่อว่าผู้ตายทั้งสองถูกกระสุนปืนที่ยิงมาจากบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้คำเบิกความของพยานสอดคล้องกับผู้ตรวจวิถีกระสุนในบริเวณที่เกิดเหตุจึงเชื่อได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้งสองนั้นยิงมาจากฝ่ายเจ้าพนักงาน แต่พยานของผู้ร้องทั้งหมดที่นำสืบมายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ







