
แปลงเงิน "หวย" ไปสู่เงิน "vv,"
เราทราบกันดีว่าประเทศไทยกำลังก้าวย่างเข้าไปสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (OldAge Society) ในเร็ววันอันใกล้ ในขณะที่อัตราการเกิดของประชากรไทยก็ลดน้อยถอยลงไปทุกวัน แน่นอนว่าการสร้างวินัยในการออมโดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือมีฐานะยากจน จึงเป็นนโยบายระดับชาติที่มีความสำคัญ
เราทราบกันดีว่าประเทศไทยกำลังก้าวย่างเข้าไปสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (OldAge Society) ในเร็ววันอันใกล้ ในขณะที่อัตราการเกิดของประชากรไทยก็ลดน้อยถอยลงไปทุกวัน แน่นอนว่าการสร้างวินัยในการออมโดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือมีฐานะยากจน จึงเป็นนโยบายระดับชาติที่มีความสำคัญ
อย่างที่เราทราบกันว่า การลงทุนกับการออม (Investment and Saving) แท้ที่จริงแล้วก็คือเรื่องเดียวกัน ครอบครัวที่มีการวางแผนการลงทุนทางการเงินที่ดี ย่อมเป็นครอบครัวที่สร้างระบบวินัยทางการออมที่ดีด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าจะวิเคราะห์เพื่อศึกษาถึงวิธีการสร้างระบบการออมของคนในประเทศ เราก็สามารถศึกษาจากพฤติกรรมการลงทุนของเขาได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นในมิติของการพัฒนาประเทศ การศึกษาระบบการออมและพฤติกรรมการลงทุนสำหรับคนที่มีฐานะยากจนจึงมีความสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงโอกาสในการสร้างระบบการออมของคนเหล่านี้ เพื่อให้สามารถดำรงชีพได้อย่างเหมาะสม
งานศึกษาของรองศาสตราจารย์ พรเพ็ญ วรสิทธา ที่ตีพิมพ์ในวารสาร NIDA Economic Review ฉบับที่ 2 ปี พ.ศ. 2555 ได้สำรวจพฤติกรรมการออมเงินและการซื้อหวยของคนยากจนที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 4,000 ตัวอย่าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะวิเคราะห์ว่า จะสามารถสร้างระบบเครื่องมือการออมที่เชื่อมโยงมาจากการซื้อหวยนี้ได้หรือไม่ ผลจากการศึกษาพบว่า การซื้อหวยเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยร้อยละ 75.83 ระบุว่า ตนได้มีการซื้อหวย (ทั้งใต้ดินและบนดิน) อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผลที่ได้นี้แสดงว่าครัวเรือนที่มีฐานะยากจนของประเทศไทย จริงๆ แล้วก็มีความสามารถในการลงทุนที่ดีในระดับหนึ่ง โดยประมาณร้อยละ 48.68 เชื่อในเรื่องของการตีความตัวเลขจากความฝัน หรือเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในขณะที่ประมาณร้อยละ 14.25 ระบุว่า โดยรวมแล้วตนได้รับผลตอบแทนที่เป็นบวกจากการซื้อหวย ดังนั้น “พฤติกรรมการลงทุนในหวย” จึงเปรียบเสมือนกับทั้งเป็นการบริโภค (Consumption) ที่สร้างความสุขจากการ “ได้ลุ้น” ในทุกๆ 15 วันแล้ว และก็ยังเปรียบเสมือนกับ “การลงทุน” ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับเงินที่ลงทุนไป ซึ่งเข้าข่ายว่า High Risk High Return ด้วยเช่นเดียวกัน
ดังนั้น งานศึกษาชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนะเครื่องมือทางการเงินแบบใหม่ (New Financial Instrument) ที่สร้างมาจากพฤติกรรมการซื้อหวยของผู้มีรายได้น้อยของประเทศ โดยเสนอให้มีหน่วยงานจัดตั้งใหม่ เริ่มทำหน้าที่เป็น “ผู้จัดการกองทุน” (Fund Manager) ในการนำเงินที่ได้รับจากหวยเหล่านั้นไปลงทุนในตลาดการเงินสำหรับการออมในระยะยาว แทนที่จะนำเงินมาใช้เพื่อช่วยเหลือคนจนอย่างที่เคย
การนำเงินไปลงทุนในตลาดการเงินระยะยาว นอกจากจะเป็นการช่วยสร้างระบบการออมในระยะยาวแก่คนจนแล้ว ยังเป็นการช่วยในการจัดสรรรายได้ (Income Redistribution) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการดึงเงินจากคนที่มีฐานะร่ำรวยมาสู่คนจน เครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่นี้ สามารถนำมาทดแทนระบบหวยแบบเดิมๆ ได้ โดยกำหนดการบริหารจัดการที่คล้ายคลึงกับการทำกองทุนรวม (Mutual Fund) ที่กำหนดปริมาณการซื้อขั้นต่ำ และกำหนดโอกาสในการถูกหวยและความถี่ในการจ่ายที่เหมือนกับรูปแบบลอตเตอรี่โดยทั่วไป แต่ผู้ซื้อหวยจะได้รับผลตอบแทนมากขึ้นจากเงินปันผลในกองทุนรวม เมื่อเขาเหล่านั้นมีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการกองทุนรวมที่มีจากเงินหวยนั้น ควรเป็นหน่วยงานของภาครัฐ หรือมาจากธนาคารของรัฐ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการเข้าถึงกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ซึ่งได้แก่ 1) ธนาคารออมสิน หรือ 2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
การสร้างเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่นี้ ค่อนข้างทำการระดมทุนได้ง่าย เพราะการซื้อหวยถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตของผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทยอยู่แล้ว และน่าจะเป็นระบบการเงินรูปแบบใหม่ที่ภาครัฐสามารถที่จะสร้างระบบการออมที่เชื่อมโยงมาจากการซื้อหวย และส่งเสริมการออมในระยะยาวของคนจนกลุ่มนี้ได้ n
อ้างอิง
Vorasittra, Pornpen (2012). A New Financial Instrument for Thai Urban Poor: A Case Study in Bangkok, NIDA Economic Review, 6(2).







