ไพบูลย์เตือนนายกฯระวังหมิ่นเบื้องสูง
สว.จี้ "ปู"ระงับทูลเกล้า รธน.ขู่ฟ้องม. 112-157 เตือนนายกฯ ไม่บังควรแนะรอศาลวินิจฉัย หวั่นระคายเคืองเบื้องยุคลบาท
สว.จี้ "ปู"ระงับทูลเกล้า รธน.ขู่ฟ้องม. 112-157 เตือนนายกฯ ไม่บังควรแนะรอศาลวินิจฉัย หวั่นระคายเคืองเบื้องยุคลบาท
นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา แถลงว่า เมื่อเวลา 09.40 น.ตนได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ระงับการดำเนินการทูลเกล้าฯ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่มา สว. เนื่องจากวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมากลุ่ม สว.ได้ยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 ว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยล่าสุดทราบว่าประธานวุฒิสภากำลังให้ฝ่ายธุรการตรวจสอบรายมือชื่อ สว.และจะส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญพร้อมแจ้งให้นายกฯ ทราบในสัปดาห์นี้ ดังนั้นนายกฯ ควรระงับการดำเนินการทูลเกล้าฯ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการอ้างว่าจะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วันนั้นใช้ในกรณีที่ร่างกฎหมายไม่มีการยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ แต่หากยื่นให้ศาลตรวจสอบตามาตรา 154 แล้วต้องระงับการทูลเกล้าฯ ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย แม้จะพ้นกำหนด 20 วันแล้วก็ตาม ซึ่งล่าสุดกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ก็เลยกำหนดการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วันแล้วเช่นเดียวกัน
นายไพบูลย์ ยังกล่าวด้วยว่า หากนายกฯ นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างเร่งรีบผิดปกติ ตามคำแนะนำของบุคคลใกล้ชิด ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาและจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการตรวจสอบร่างกฎหมายที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เชื่อได้ว่าอาจจะมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลกล่าวหาว่านายกฯ นำร่างกฎหมายที่มีปัญหามากมายยังไม่สิ้นข้อสงสัย และอยู่ในระหว่างการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่กลับนำขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างเร่งรีบ เป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง เพราะทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาท
"นายกฯอาจถูกกล่าวโทษว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา157 จึงหวังว่านายกฯ จะระงับนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ไว้ก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย"นายไพบูลย์กล่าว
ทั้งนี้การยื่นหนังสือต่อนายกฯ ได้มีเจ้าหน้าที่ลงรับหนังสือที่หมายเลข 1379 โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่านายกฯ อยู่ระหว่างการตรวจราชการ โดยในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่จะนำหนังสือดังกล่าวส่งถึงนายกฯ
นอกจากนี้เวลา 10.42 น.ตนได้ยื่นหนังสือถึงราชเลขาธิการแล้วเช่นเดียวกันว่า ตนได้ส่งหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอให้ระงับการดำเนินการนำร่างรัฐธรรมนูญทูลเกล้าฯ ถวายไว้ก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สว.สรรหา กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุใดทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทยถึงได้เร่งรีบให้นายกฯ นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 3 ขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างเร่งรีบ ไม่ทราบว่าเป็นการทำเพื่อรักษาประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือต้องการสนองความต้องการบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะขณะนี้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณะว่า ร่างฉบับนี้ไม่เรียบร้อยค่อนข้างมาก เช่น การแปรญัตติ หรือ การกดบัตรแทนกัน และที่สำคัญร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่ามีความสำคัญและมีศักดิ์สูวงกว่าร่าง พ.ร.บ.จึงไม่สมควรที่จะผ่านออกไป โดยไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถึงความถูกต้องก่อน
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สว.สรรหา กล่าวว่า การตัดสินว่าสิ่งใดถูกหรือผิดถือเป็นอำนาจของกระบวนรการยุติธรรม ซึ่งเรามั่นใจว่าการจะตัดสินการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ตามมาตรา 154 ผู้ที่ต้องชี้ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาถือ เป็นประเพณีปฏิบัติ ว่า หากเรื่องใดยังไม่ได้ข้อยุติ หรือ ยังมีความสงสัย ต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาด และขณะนี้มีผู้ยื่นเรื่องแล้ว และยังไม่มีข้อสรุป การที่นายกฯ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ จะเป็นการระคายเคืองหรือไม่ และอยากเตือนไม่ให้นายกฯ นำเรื่องนี้ขึ้นไป เพื่อให้เป็นพระราชภาระ ซึ่งอาจจะมีผู้ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่านายกฯ กระทำการเข้าข่ายล้มล้างการปกครองขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68







