posttoday
โซลาร์รูฟหน่วยงานรัฐ

โซลาร์รูฟหน่วยงานรัฐ

29 กันยายน 2556

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขอขายไฟฟ้าในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขอขายไฟฟ้าในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) มีผู้สนใจมายื่นเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 ราย ทั่วประเทศ

แม้จะเป็นการเปิดให้ยื่นโครงการเพียงสัปดาห์แรกก็ตาม ถือว่าได้รับความสนใจเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ในขณะที่กำหนดวันปิดรับสมัครวันที่ 11 ต.ค.นี้ โดยมีเป้าหมายรับกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งไว้เพียง 200 เมกะวัตต์ และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายเพดานการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปอีก

กระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ในระยะ 10 ปีข้างหน้า รวม 3,000 เมกะวัตต์ ครอบคลุมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยในส่วนของเอกชนจะเป็นการเปิดให้มีการยื่นคำขอขายไฟฟ้า ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง

ทางด้านภาครัฐจะเป็นการร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับหน่วยงานภาครัฐ ล่าสุด กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคาอาคารภาครัฐในภูมิภาค ได้แก่ ศาลากลางจังหวัด และอาคาร องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาลทั่วประเทศ

การลงนามความร่วมมือดังกล่าวกระทรวงพลังงานมีความตั้งใจให้การส่งเสริมระบบโซลาร์รูฟท็อปให้เป็นรูปธรรม โดย พพ.นำร่องดำเนินการติดตั้งบนหลังคาศาลากลางจังหวัดในเขตรับผิดชอบของ กฟภ. 74 จังหวัด และในหลังคาอาคารของรัฐ เช่น อบต. เทศบาล ทั้ง 74 จังหวัดเช่นเดียวกัน ตั้งเป้าหมายให้เกิดระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาดังกล่าวให้ได้ประมาณ 25 เมกะวัตต์ มีวงเงินลงทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 1,847 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนั้นจะสามารถประหยัดพลังงานได้ 36.5 กิโลวัตต์ต่อปี หรือประหยัดเงินได้ประมาณ 146 ล้านบาทต่อปี (คำนวณจากค่าไฟฟ้า 4 บาทต่อหน่วย) รวมถึงการลดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 11 ล้านลิตรต่อปี หรือประมาณ 330 ล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกันยังสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุหลักของปัญหาภาระโลกร้อนได้สูงถึง 18,980 ตันต่อปี อีกด้วย

กระทรวงพลังงานมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนให้เกิดการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปให้ประสบความสำเร็จ และนอกจากโครงการนำร่องที่จะติดตั้งในอาคารภาครัฐในส่วนภูมิภาคที่ได้มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือไปแล้วนั้น ยังมีมาตรการส่งเสริมในแพ็กเกจต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการลงทุนทั้งจากครัวเรือนและผู้ประกอบการ เช่น การสนับสนุนอัตราการขายไฟฟ้าจากการผลิตด้วยเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา นโยบายการส่งเสริมด้านภาษี รวมไปถึงการเร่งดำเนินการประเด็นการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือ ร.ง.4 ซึ่งจะเร่งแก้ไขให้ได้โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในอนาคตหากขั้นตอนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สามารถปลดล็อกระเบียบปฏิบัติของทางภาครัฐ เชื่อว่าในกลุ่มของบ้านที่อยู่อาศัยจะให้ความสนใจติดตั้งกันมากขึ้น เพราะอย่างน้อยก็สามารถผลิตไฟฟ้าไว้สำหรับใช้เองได้ และหากมีกำลังการผลิตที่เหลือสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท