
สงคราม
....ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เหมือนเอาปูนแดงไปกาหัวบรรดาหัวขบวนแดงทั้งหลายศอฉ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เปิดโยงใยขบวนการล้มเจ้าพัวพันตั้งแต่นักการเมือง สื่อ อาจารย์ นักธุรกิจ ฯลฯ เป็นเครือข่ายใหญ่โตมโหฬาร
ผลกระทบที่ตามมาใหญ่หลวงนัก
ไม่ใช่เฉพาะบรรดาผู้อยู่ในโผของ ศอฉ. เต้นเป็นเจ้าเข้า ประกาศฟ้องดะฐานทำให้เสื่อมเสียเท่านั้น แต่สิ่งที่จะตามมามากกว่าที่เห็น
เริ่มตั้งแต่ผู้ที่อยู่ในชื่อ ศอฉ. รับรองจับไข้
เพราะพวกเหล่านี้เตรียมตัวเข้าคิวอยู่ในรายชื่อผู้ลี้ภัยรุ่นต่อไป ไม่มีแผ่นดินอยู่
ข้อหาล้มเจ้า โจมตีสถาบันหลักของประเทศ ถือเป็นข้อหาฉกรรจ์ เป็นอาญาแผ่นดินไม่แพ้กบฏ
หากจะล้มเจ้า จะล้มสถาบัน คงเดินบนแผ่นดินไม่ได้ เพราะคนไทยไม่ยอม
เดินไปไหน รับประกันโดน
ไม่ใช่มือตบ ตีนตบ แต่สหบาทา
เดิมพันศึกแดงจึงใหญ่หลวงนัก และเกทับกันมากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะถ้าแดงแพ้ บรรดาหัวขบวนต้องเผชิญกับชะตาทราม และจะลามมาถึงกลางขบวน ผู้ให้การสนับสนุนทั้งที่เป็นทางการ ไม่เป็นทางการ
บางคนจะต้องถูกจับกุมดำเนินคดี บางคนจะถูกไล่ล่าจากเหตุการณ์ 10 เมษายน ฯลฯ
ใครที่เคยถูกข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพคงรู้ว่าจะเป็นเช่นใด และถ้าโดนซ้ำอีกสงสัยต้องตายในคุก
ขณะเดียวกัน ในซีก ศอฉ. เมื่อเปิดไพ่ขบวนการล้มเจ้าออกมา ก็ต้องเผชิญแรงกดดันเช่นกันว่าจะเดินอย่างไรต่อ
เพราะการชี้หน้าฝ่ายตรงข้ามมีพฤติกรรมทำลายสถาบัน เป็นข้อหาที่รุนแรง
หากเป็น ศอฉ. ไม่ทำอะไรต่อก็ผิดกฎหมายอาญา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไล่ตั้งแต่ตัวนายกฯ ลงมาได้เลย
ดังนั้น การตั้งข้อหา กวาด จับ จัดการ ต้องตามมา เพราะหากไม่ทำก็ลำบากแน่ๆ
ศึกแดงจึงทำท่าจะต้องลงเอยด้วยการแตกหัก อาจถึงขั้นตายกันไปข้าง
เพราะเกมที่นำมาเล่นกันมันดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ ถาโถมเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ ทั้งสงครามมวลชน สงครามจิตวิทยา และสงครามข่าวสาร
และเหลือเพียงสงครามอีกแบบเดียวเท่านั้น
คือการจับปืนและยิงกันอย่างจริงจัง!!!







