
คาดลุ่มน้ำมูลสู่ภาวะปกติใน 14 วัน
ก.เกษตรฯ ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมกระทบพืชไร่ ประมง ปศุสัตว์ หนัก คาดน้ำมูลสู่ภาวะปกติใน 14 วัน
ก.เกษตรฯ ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมกระทบพืชไร่ ประมง ปศุสัตว์ หนัก คาดน้ำมูลสู่ภาวะปกติใน 14 วัน
ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงาน สถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ด้าน อุทกภัยจากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่น บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง อ่อนกําลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัว เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางของประเทศไทย ทําให้ มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2556
ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ นครนายก สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ปราจีนบุรี และสระแก้ว ประกอบด้วย
1. จังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่ประสบภัย 4 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมือง ชนแดน วังโป่ง และอำเภอวิเชียรบุรี ระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.50 - 1.00 ม. หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1 – 2 วัน
2. จังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ประสบภัย 19 อําเภอ ได้แก อําเภอเมือง ดอนมดแดง ตระการพืชผล สําโรง น้ำยืน ตาลสุม บุณฑริก สิรินธร พิบูลมังสาหาร เดชอุดม ศรีเมืองใหม่ นาเยีย วารินชําราบ นาจะหลวย โขงเจียม เหล่าเสือโก๊ก สว่างวีระวงศ์ ม่วงสามสิบ และเขื่องใน หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 14 วัน
สำหรับน้ำล่าสุดในแม่น้ำมูลที่สถานี M.7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี (ความจุ 2,360 ลบ.ม./วินาที ที่ระดับ 7.00 เมตร) วันที่ 27 ก.ย.56 เวลา 6.00 น. วัดได้ 8.48 เมตร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.48 เมตร ปริมาณน้ำ 3,300 – 3,700 ลบ.ม./วินาที สูงกว่าระดับปัจจุบันประมาณ 0.20 – 0.50 เมตร ในวันที่ 27 – 29 ก.ย. 56
3. จังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ประสบภัย 14 อําเภอ ได้แก่ อําเภอเมืองสุรินทร์ สําโรงทาบ ท่าตูม ชุมพลบุรี ศรีณรงค์ รัตนบุรี จอมพระ สังขะ กาบเชิง ปราสาท บัวเชด ลําดวน ศีขรภูมิ และโนนนารายณ์ มีพื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวน 256,935 ไร่ โดยลำชีน้อย ที่สถานี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ระดับตลิ่ง 6.90 เมตร วัดได้ 3.44 เมตร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 4.52 เมตร และแม่น้ำมูล ที่ ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม ระดับตลิ่ง 6.30 เมตร วัดได้ 6.89 เมตร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.59 เมตร
4. จังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ประสบภัย 1 อําเภอ คือ เมือง ที่สถานี M.190 บ้านขวาว อ.อุทุมพรพิสัย (ความจุ 218 ลบ.ม./วินาที ที่ระดับ 7.10 เมตร) ปัจจุบัน (เวลา 6.00 น.) ระดับน้ำ 12.86 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 3.86 เมตร มีแนวโน้มลดลง ยังคงท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนบางส่วนของเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ หากไม่ฝนตกลงมาเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในวันที่ 30 ก.ย. 56
ทั้งนี้ปัจจุบันจังหวัดศรีสะเกษ ได้เร่งดําเนินการเพื่อการป้องกันอุทกภัยให้กับชุมชนเมืองในเขตเทศบาลเมืองศรีษะเกษเป็นกรณีเร่งด่วน โดยจัดทําแนวป้องกันในเขตชุมชนเทศบาลเมืองศรีสะเกศ รวม 4 แห่งคือ 1. สะพานน้อยท่าเรือ 2. จุดคุ้มโนนกลาง 3. จุดสะพานห้วยน้ำคําและ 4. จุดโรงเรียนบ้านโนน สํานักโครงการชลประทานศรีษะเกษได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าร่วมดําเนินการและรถบรรทุกดัมพ์ จํานวน 1 คัน พร้อมทั้งเครื่องสู้ำเคลื่อนที่ จํานวน 6 เครื่องเพื่อเร่งรัดดําเนินการจัดทําคันป้องกันด้วยกระสอบทราย
5. จังหวัดอำนาจเจริญ พื้นที่ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ลืออำนาจและอำเภอหัวตะพาน โครงการชลประทานอำนาจเจริญสั่งเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือพื้นที่ รวม 4 เครื่อง และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย และขยายตัวเพิ่มขึ้น
6. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากมีฝนตกบริเวณภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มขึ้น (มากกว่า 1,200 ลบ.ม./วินาที) ส่งผลให้น้ำจากคลองโผงเผง และแม่น้ำน้อยเอ่อล้นตลิ่ง ท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในเขตอำเภอเสนา อำเภอบางบาล ระดับน้ำเฉลี่ยสูง 0.60 – 1.50 เมตร โครงการส่งน้ำฯผักไห่ ได้แจ้งเตือนชาวบ้านที่อยู่ริมคลองโผงเผงเพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำต่อไป
7. จังหวัดนครสวรรค์ ยังคงมีน้ำท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณลดาหนองบัว อ.หนองบัว ปัจจุบันมีน้ำสูงเฉลี่ย 0.40 – 0.50 เมตร มีแนวโน้มลดลง ในพื้นที่ ม.7 ต.วังเมือง อ.ลาดยาว น้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.20 – 030 เมตร หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้
8. จังหวัดนครนายก ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลอาษา ตำบลทองหลาง อำเภอบ้านนา โดยน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.20 เมตร (พื้นที่เกษตรยังไม่ได้รับความเสียหาย) เนื่องจากน้ำจากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครนายกมีปริมาณน้ำมากทำให้การระบายได้ช้า ปัจจุบันระระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วัน
9. จังหวัดสุพรรณบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ประสบ 5 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมือง อู่ทอง บางปลาม้า สองพี่น้อง และอำเภอเดิมบางนางบวช ระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 0.70 – 1.00 เมตร ทั้งนี้โครงการชลประทานสุพรรณบุรี ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือพื้นที่ จำนวน 8 เครื่อง เข้าช่วยเหลือพื้นที่เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี
10. จังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่ประสบภัย 5 อําเภอ ได้แก่ อําเภอกบินทรบุรี เมือง นาดี ศรีมหาโพธิ์ และประจันตคาม โดยที่สถานีวัด kgt.3 อ.กบินทร์บุรี ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ในเขตเทศบาลตําบลกบินทร์บุรีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1.00 – 1.50 เมตร อ.ศรีมหาโพธิ์ มีปริมาณน้ำไหลมาจาก อ.กบินทร์บุรี ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 56 เข้าท่วมในเขตเทศบาล ระดับน้ำสูงประมาณ 0.70 - 0.80 เมตร ระดับน้ำที่สถานี kgt.6 (อ.ศรีมหาโพธิ) +7.73 ม.รทก. (ระดับตลิ่ง +7.1ม.รทก) ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว อยู่ระหว่างเฝ้าระวัง คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประมาณวันที่ 4 ต.ค. 56 หากไม่มีปริมาณน้ำจากตอนบนไหลลงมาเพิ่มเติม
11. จังหวัดสระแก้ว คลองพระปรง ช่วงตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมือง น้ำได้ล้นตลิ่งคลองพระปรงสูงจากตลิ่งประมาณ 10 - 20 เซนติเมตร ระดับน้ำลดลงเล็กน้อย และมีแนวโน้ม ลดลงเรื่อยๆคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2 – 3 วัน คลองพระสทึง ระดับน้ำทรงตัว
ส่วนผลกระทบด้านการเกษตร ช่วงภัยเดือนมิถุนายน 2556 – ปัจจุบัน ด้านพืช 34 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน นครสวรรค์ แม่ฮ่องสอน พิจิตร พะเยา ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี บุรีรัมย์ บึงกาฬ นครราชสีมา ยโสธร หนองคาย ศรีสะเกษ สกลนคร อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ตราด จันทุบรี กาญจนบุรี กระบี่ ตรัง พังงา สตูล และสุราษฎร์ธานี พื้นที่ประสบภัย 597,741 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 369,218 ไร่ พืชไร่ 111,802 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 116, 721 ไร่
สำรวจพบความเสียหายแล้ว เกษตรกร 539 ราย พื้นที่เสียหาย 2,572 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 1,521 ไร่ พืชไร่ 324 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 727 ไร่ คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือ 2.919 ล้านบาท แบ่งเป็น ช่วยเหลือแล้ว 1.418 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการ 1.501 ล้านบาท (กรมตรวจสอบ 0.297 ล้านบาท ก.ช.ภ.จ.พิจารณา 1.204 ล้านบาท
ด้านประมง 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน ตาก พะเยา อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น เลย บึงกาฬ สกลนคร กาฬสินธุ์ หนองคาย จันทบุรี ตราด กระบี่ พังงา ตรัง สตูล และสุราษฎร์ธานี พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประสบภัย 5,737 ไร่ (บ่อปลา 4,737 ไร่ บ่อกุ้ง/ปู/หอย 1,000 ไร่) กระชัง 9,037 ตารางเมตรสำรวจพบความเสียหายแล้ว เกษตรกร 3,115 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์เสียหาย 4,133 ไร่ (บ่อปลา 3,133 ไร่ บ่อกุ้ง/ปู/หอย 1,000 ไร่) กระชัง 7,954 ตารางเมตร คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือ 26.353 ล้านบาท แบ่งเป็น ช่วยเหลือแล้ว 1.344 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการ 25.009 ล้านบาท (ก.ช.ภ.จ.และ ก.ชภ.อ. พิจารณา)
ด้านปศุสัตว์ 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน พะเยา ตาก นครสวรรค์ สกลนคร ศรีสะเกษ เลย ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด พังงา ระนอง ตรัง และสตูล สัตว์ได้รับผลกระทบ 182,204 ตัว แบ่งเป็น โค-กระบือ 5,325 ตัว สุกร 5,398 ตัว แพะ-แกะ 701 ตัว สัตว์ปีก 170,780 ตัว แปลงหญ้า 499 ไร่ ให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า โดยการดูแลสุขภาพสัตว์ 5,760 ตัว และสนับสนุนพืชอาหารสัตว์ 44,818 กิโลกรัม(จังหวัดศรีสะเกษ 17,340 กิโลกรัม) แร่ธาตุและเวชภัณฑ์ 715 ก้อน/ซอง อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย







