
ไขปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันไทย (ตอนที่ 1)
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนได้หันมาสนใจราคาพลังงานมากขึ้น ก็เพราะเนื่องมาจากพลังงานนั้นได้เข้ามาเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันทั้งทางตรงและทางอ้อม และต้นทุนพลังงานต่างๆ ที่ใช้กันอยู่นี้นั้นก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีการดำรงชีวิตของผู้ใช้ด้วย โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่คนใช้รถต้องได้รับผลกระทบโดยตรง คำถามส่วนใหญ่ที่ผมมักจะได้ยินก็คือราคามีความเหมาะสมหรือไม่ สะท้อนต้นทุนหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งตามที่ได้กล่าวมาแล้ว พลังงานก็มีอยู่หลายชนิด แต่สำหรับตอนนี้ผมขอไปพูดถึงเรื่องของราคาน้ำมันกันก่อน เพราะเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่เจอะเจอกันอยู่ในชีวิตประจำวัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนได้หันมาสนใจราคาพลังงานมากขึ้น ก็เพราะเนื่องมาจากพลังงานนั้นได้เข้ามาเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันทั้งทางตรงและทางอ้อม และต้นทุนพลังงานต่างๆ ที่ใช้กันอยู่นี้นั้นก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีการดำรงชีวิตของผู้ใช้ด้วย โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่คนใช้รถต้องได้รับผลกระทบโดยตรง คำถามส่วนใหญ่ที่ผมมักจะได้ยินก็คือราคามีความเหมาะสมหรือไม่ สะท้อนต้นทุนหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งตามที่ได้กล่าวมาแล้ว พลังงานก็มีอยู่หลายชนิด แต่สำหรับตอนนี้ผมขอไปพูดถึงเรื่องของราคาน้ำมันกันก่อน เพราะเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่เจอะเจอกันอยู่ในชีวิตประจำวัน
สำหรับในส่วนของราคาน้ำมันนั้นก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าราคาน้ำมันที่เราจะพูดถึงนั้นคือราคาของน้ำมันอะไร จะเป็นราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันสำเร็จรูป ราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น หรือราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งบางท่านอาจจะมีการติดตามข่าวรายงานราคาน้ำมันดิบในแต่ละวันว่าราคาน้ำมันดิบวันนี้เพิ่มขึ้นหรือลดลง แล้วถ้าราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้วราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลนั้น จะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามราคาน้ำมันดิบอย่างไร
สำหรับราคาน้ำมันสำเร็จรูปหรือราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปที่เราเรียกๆ กันนั้น ถ้าดูกันในโครงสร้างจะประกอบด้วยราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น ซึ่งก็คือราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตออกจากโรงกลั่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เงินส่งเข้ากองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รวมไปถึงค่าการตลาดน้ำมันของน้ำมันสำเร็จรูปแต่ละชนิดด้วย ซึ่งก็จะต้องอธิบายกันรายตัวว่าแต่ละตัวนั้นมีบทบาทและผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการปรับอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือที่เรียกกันว่ากองทุนน้ำมันฯ ที่ประกาศโดยภาครัฐ ซึ่งมีผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน แต่ตอนนี้ผมขอเริ่มที่ราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น ก่อนที่จะไปพูดถึงองค์ประกอบอื่นๆ ในโครงสร้างราคาต่อไป
ราคา ณ โรงกลั่นนี้ เป็นราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่มีการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นตลาดกลางซื้อขายน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ประกาศที่ตลาดสิงคโปร์นี้ ก็จะมีการปรับขึ้นปรับลงตามกลไกของตลาดที่มีการเสนอซื้อเสนอขายกันในแต่ละวัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันสำเร็จรูปด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่ถ้าราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นราคาน้ำมันสำเร็จรูปก็จะปรับสูงขึ้นตาม ทั้งนี้ เนื่องมาจากน้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบที่ถูกนำมากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ก็มีบางกรณีที่ราคาการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดิบไม่มีผลกระทบหรือมีผลกระทบน้อยต่อราคาน้ำมันสำเร็จรูปเหมือนกัน ก็เพราะกลไกของตลาดน้ำมันสำเร็จรูปเอง เช่นกรณีมีความต้องการน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดในระดับที่สูงในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง การลดลงของราคาน้ำมันดิบอาจจะไม่ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับลดลงตามไปด้วย เป็นต้น
คราวนี้ก็ลองมาดูราคา ณ โรงกลั่นของเรากันบ้าง ในเบื้องต้นเราอาจจะดูกันอย่างง่ายๆ ว่า หากราคาน้ำมันดิบปรับลดลง ราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นก็จะต้องลดลงด้วย แต่ตามที่ได้อธิบายมาข้างต้นแล้วว่าในบางกรณี กลไกตลาดของน้ำมันสำเร็จรูปก็อาจจะทำให้ราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นของประเทศไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหลักอีกปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นก็คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในแต่ละวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นในโครงสร้างราคาน้ำมันนี้ แต่กลับมีผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นอย่างมีนัยสำคัญ จะเห็นได้ว่าบางครั้งถึงแม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หรือราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์จะลดลง แต่ถ้าหากเวลานั้นค่าเงินบาทเกิดอ่อนตัวลงมากๆ ราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นของประเทศไทยก็อาจจะไม่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ หรืออาจจะปรับลดลงเพียงเล็กน้อยก็ได้ จึงมีหลายครั้งที่มีการตั้งคำถามกันว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงแล้ว ทำไมราคาน้ำมันในประเทศไม่ลดลงตามไปด้วย
ดังนั้น การที่จะพิจารณาดูผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบหรือราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกนั้นจะต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบไปด้วยทั้งในส่วนของสถานการณ์ตลาดของน้ำมันแต่ละชนิด รวมไปถึงอัตราแลกเปลี่ยนในเวลานั้นๆ การพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว จึงอาจจะทำให้เห็นแนวโน้มของราคาน้ำมันขายปลีกได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น ในวันนี้ (26 ก.ย. 2556) ผมขอยกตัวอย่างราคาน้ำมัน Gasohol 95 E10 ที่มีราคาขายปลีกที่ 38.63 บาทต่อลิตร แต่ในส่วนที่เป็นราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.25 บาทต่อลิตร ซึ่งที่ได้อธิบายมาทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนแรกนี้ของโครงสร้างราคาน้ำมันเท่านั้น ซึ่งในบทความครั้งต่อไปผมจะขอมานำเสนอปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมาเป็นราคาน้ำมันขายปลีกที่เราเห็นกันในปั๊มน้ำมันทั่วไปครับ







