
ชาวกบินทร์บุรีปิดถนนจี้รัฐช่วยน้ำท่วม
ชาวกบินทร์บุรีปิดถนนเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยน้ำท่วม ยื่นคำขาดต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด ถึงจะยอมสลายตัว ขณะที่ถนนสายบายพาสโคราชเริ่มมีน้ำปริ่มข้างทาง
ชาวกบินทร์บุรีปิดถนนเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยน้ำท่วม ยื่นคำขาดต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด ถึงจะยอมสลายตัว ขณะที่ถนนสายบายพาสโคราชเริ่มมีน้ำปริ่มข้างทาง
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ประชาชนในเขตเทศบาลต.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ที่ถูกน้ำท่วมออกมารวมตัวกันตั้งเต็นท์ขวางถนนสายสุวรรณศร รวมทั้งลากแท่งปูนกั้นเกาะกลางถนนมาปิดถนนทั้ง 6 ช่องจราจร ทั้งขาขึ้น-ขาล่อง ที่หน้าทางเข้าตลาดเทศบาลตำบลกบินทร์บุรี ทำให้ประชาชนที่ต้องสัญจรไปในเขตภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สามารถใช้เส้นทางได้
ทั้งนี้หลังจากปิดถนนเรียบร้อยแล้ว บรรดากลุ่มแกนนำม็อบก็ได้พูดกล่าวโจมตีภาคราชการว่า ไม่จริงใจในการแก้ปัญหา ทำให้น้ำท่วมเขตกบินทร์บุรีสูงขึ้น และสาเหตุที่ทำให้น้ำสูง เกิดจากการที่ทางจังหวัดหลอกลวงชาวบ้านว่าได้เปิดประตูระบายน้ำแล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เปิดแต่อย่างใด จนทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ซึ่งกลุ่มตัวแทนชาวบ้านขอให้ภาคราชการเข้ามารับเรื่องและแก้ไขปัญหา โดยชาวบ้านได้เรียกร้องความต้องการ 3 ข้อ คือ เปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 ประตู และเปิดสูงสุดเท่าที่จะเปิดได้ ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงจะจัดตั้งตัวแทนไปตรวจสอบประตูระบายน้ำ ประตูละ 2 คน ว่ามีการเปิดประตูจริงหรือไม่ และเวลามีการระบายน้ำจาก จ.สระแก้ว มายัง อ.กบินทร์บุรี ให้ทางราชการแจ้งเตือนให้ชาวบ้านรู้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับสถานการณ์
นายรุ่งชัย ใบกว้าง นายอำเภอกบินทร์บุรี กล่าวชี้แจงสาเหตุที่มีน้ำท่วมสูงในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ระยะนี้ ว่า เกิดจากฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำ ในเขต จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีน้ำป่าไหลลงสู่พื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ส่วนประตูน้ำที่ชาวบ้านเข้าใจว่าไม่ได้มีการเปิดนั้น ทางจังหวัดปราจีนบุรีได้มีการสั่งประตูน้ำไปแล้ว 3 แห่ง และมีการเปิดประตูน้ำให้สูงจาก 30 เป็น 60 ซม. หากกลุ่มผู้ประท้วงยังไม่ไว้วางใจ ก็ให้ส่งตัวแทนไปตรวจสอบ ทำให้กลุ่มตัวแทนพอใจ เดินทางกลับไปชี้แจงกับชาวบ้านที่ตั้งเต็นท์ขวางถนน แต่กลุ่มชาวบ้านกลับเกิดความไม่พอใจอีก
เจ้าหน้าที่จึงทำการเปิดประตูน้ำมากขึ้น โดยที่ประตูน้ำเพชรเอิม เดิม 60 ซม. เป็น 1 เมตร ประตูน้ำคลองท่าแห จาก 60 ซม. เป็น 80 ซม. ประตูน้ำคลองหาดยาง จาก 60 ซม. เป็น 150 ซม. แต่กลุ่มตัวแทนผู้ประท้วงกลับเรียกร้องมากขึ้นอีก ว่าให้ทางราชการยกประตูน้ำขึ้นทั้งหมด ทำให้ล่าสุด การเจรจาของทั้งสองฝ่าย ยังไม่สามารถตกลงกันได้
ขณะที่ สถานการณ์ปริมาณน้ำลำบริบูรณ์ที่ไหลผ่านเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมาเริ่มปริมริมบริเวณถนนสายบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าไปยังจ.ขอนแก่นและจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าระดับน้ำจากลำน้ำบริบูรณ์มีระดับที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยวันละ 10 -15 เซนติเมตร โดยปัจจุบันระดับน้ำอยู่ห่างจากพื้นผิวการจราจรเพียง 5 เซนติเมตร ก็จะเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ผิวการจราจรถนนสายบายพาส ซึ่งหากปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมพื้นผิวการจราจรก็จะทำให้การสัญจรไปมา บริเวณถนนสายบายพาสได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นถนนเส้นหลักในการสัญจรไปมาและการขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน
ระดับน้ำภายในคลองส่งน้ำของทางชลประทานและคลองส่งน้ำธรรมชาติมีปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดที่บ้านนาตม หมู่ที่ 9 ต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำในคลองส่งน้ำของทางชลประทานได้เริ่มเอ่อล้มไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน มีระดับสูงกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องเร่งเก็บทรัพย์สินที่มีค่าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม พร้อมทั้งได้ประส่านไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกระทุ่ม เพื่อขอรถแบ็คโฮ มาทำการขุดลอกคลองส่งน้ำหลังมีวัชพืชและดินที่ทับถมกันเป็นจำนวนมากออก พร้อมทั้งน้ำมาเสริมทำเป็นคันกั้นดิน บริเวณข้างคลองส่งน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรที่ใกล้ถึงการเก็บเกี่ยว







