posttoday
ขู่ฟ้อง5ปมคว่ำประชาพิจารณ์น้ำ

ขู่ฟ้อง5ปมคว่ำประชาพิจารณ์น้ำ

26 กันยายน 2556

นับจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้รัฐบาลจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท

โดย...ทีมข่าวในประเทศ

นับจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้รัฐบาลจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ตามมาตรา 57 (2) และ 67 (2) ของรัฐธรรมนูญ นำไปสู่คิกออฟมหกรรมประชาพิจารณ์ครั้งใหญ่ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ใน 36 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.-6 ธ.ค.นี้

แต่กระนั้น มีการตั้งข้อสังเกตจากภาคประชาชนว่า กระบวนการดังกล่าวจะถูกต้องครบถ้วนตามหลักการ ที่ควรเป็น หรือเป็นเพียงพิธีกรรมให้ กบอ.เอาไปอ้างว่าได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลแล้วเท่านั้น?

ล่าสุด วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนา “ผ่าแผน กบอ. เวทีการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์หรือประชาพิจารณ์?” ซึ่งวงเสวนาเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การประชา พิจารณ์ดังกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า หากพิจารณาคำสั่งศาล กบอ.ต้องจัดทำแผนแม่บทน้ำซึ่งเป็นแผนของประเทศ แล้วนำไปประชาพิจารณ์เสียก่อน โดยต้องรับฟังความคิดเห็นจริงๆ ไม่ใช่ไปประชาสัมพันธ์หรือแค่จัดนิทรรศการ จากนั้นจึงค่อยไปทำรายละเอียดแต่ละโมดูล

“รัฐบาลต้องรับฟังความเห็นทั้ง 65 จังหวัดที่ถูก น้ำท่วมในปี 2554 ไม่ใช่แค่ 36 จังหวัด และโดยหลักการมันต้องรับฟังความคิดเห็นก่อนแล้วค่อย ตัดสินใจ ไม่ใช่เอาทั้ง 9 โมดูลไปรับฟัง แต่นี่ทำมาเสร็จแล้วเท่ากับตัดสินใจแล้ว จะเอาไปรับฟังทำวรนุชทำไม” ศรีสุวรรณ กล่าว

ศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า หาก กบอ.ยังดำเนินการลักษณะนี้ คงต้องฟ้องอีกหลายดอก เท่าที่สรุปได้มี 5 ประเด็น คือ 1.ฟ้องอธิการบดีและมหาวิทยาลัยที่รับเป็นตราประทับให้โครงการโดยขัดหลักวิชาการและกฎหมาย 2.ฟ้องเพิกถอนแม่น้ำสายใหม่ อ.ขาณุวรลักษณ์บุรีท่าม่วง 3.ฟ้องเพิกถอนโครงการสอดไส้หลายโครงการที่ไม่ได้ทำอีไอเอ และอีเอชไอเอ แต่รัฐบาลนำมารวมๆ กันแล้วบอกว่านี่คือแผนแม่บท 4.ฟ้องความเป็นโมฆะของสัญญากู้เงินของกระทรวงการคลัง ที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามหลักนิติกรรมสัญญา และ 5.ฟ้องเพิกถอนกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนทั้ง 36 จังหวัด เพราะไม่ใช่การรับฟังแผนแม่บท ถือว่าขัดเจตนารมณ์กฎหมาย ไม่เป็นไปตามคำสั่งศาล

สุวัฒนา จิตตลดากร ประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมแหล่งน้ำ วสท. กล่าวว่า ในเชิงวิชาการประเทศไทยยังไม่มีแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำของประเทศ เป็นเพียงการช็อปปิ้งไอเดีย นำโครงการ ที่มีอยู่แล้วมารวมกัน ในเชิงวิชาการแล้วผิดทั้งสิ้น โดยเฉพาะโครงการฟลัดเวย์ฝั่งตะวันตกไม่จำเป็นเลย

ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในอดีตสมัยที่ยังเป็นอธิบดี การจะสร้างเขื่อนต้องศึกษาทั้งความเป็นไปได้ทางเทคนิค ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และผลกระทบต่อคน สัตว์ และป่า แต่โครงการ 3.5 แสนล้าน ไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย ไม่ผ่านกลไกของสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (สผ.) ไม่มีแผนแม่บท มีแต่แผนอยากจะทำ

“การศึกษาต้องผ่านระบบของ สผ. ไม่ใช่เพราะปลอดประสพอยากทำ ในอดีตขนาดโครงการของพระเจ้าอยู่หัวยังต้องผ่านกลไก สผ.เลย” ปราโมทย์ กล่าว

หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่า จะไปสังเกตการณ์ประชาพิจารณ์นัดแรกที่ จ.ลำพูน ส่วนตัวเห็นว่า กบอ.จะเลือกเอาโครงการที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่มาประชาพิจารณ์ ไม่ใช่โครงการทั้ง 9 โมดูล ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็น่าจะฟ้องศาลปกครองได้เลย เพราะไม่ใช่การรับฟังแผนแม่บท นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมเครือข่ายในแต่ละพื้นที่ให้จัดทำคำคัดค้านเป็นเอกสาร เพราะระยะเวลาประชาพิจารณ์สั้นมาก

“ที่น่าเป็นห่วง คือ ท่าทีของรัฐบาลมีการระดมคนไปมอบดอกไม้คุณปลอดประสพ ที่ อ.ลาดยาว มันเป็นการส่งสัญญาณ ทำให้อีก 36 จังหวัด มีบรรยากาศ ที่อาจไม่ปลอดภัยกับคนที่มีความคิดเห็นต่าง”หาญณรงค์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน