
ญี่ปุ่นมั่นใจปีนี้ไม่ท่วมใหญ่
สหรัตนนครทุ่มงบ30ล้านก่อคันดิน2ชั้นเติ้งตรวจประตูน้ำยันกทม.ไม่จมน้ำ
สหรัตนนครทุ่มงบ30ล้านก่อคันดิน2ชั้นเติ้งตรวจประตูน้ำยันกทม.ไม่จมน้ำ
นิคมสหรัตนนครทุ่มงบ 30 ล้าน ก่อคันดิน 2 ชั้น ยาวร่วม 40 กิโลเมตร มั่นใจไม่หนักเท่าปี 2554
นายเริงฤทธิ์ กุศลกรรมบถ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์น้ำร่วมกับนิคมบางปะอิน นิคมโรจนะ และนิคมไฮเทค เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าในปี 2556 สถานการณ์น้ำไม่เลวร้ายเหมือนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554
“เมื่อเทียบข้อมูลวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา กับวันที่ 24 ก.ย. ปี 2554 พบว่าปริมาณการระบายน้ำผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา ต่ำกว่ากันเกินครึ่ง” นายเริงฤทธิ์ กล่าว
นายเริงฤทธิ์ กล่าวอีกว่า นิคมสหรัตนนครใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท ทำแผนรับมือสถานการณ์ไว้ 2 ส่วน คือ 1.คันดินแนวนอกนิคม สูง 6.5 เมตร ยาว 32 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 หมื่นไร่ 2.คันดินแนวในนิคม สูง 6.5 เมตร ยาว 6 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 900 ไร่ แต่สำหรับแนวที่ 2 นี้ มีการเตรียมแท็บแบ็ก (ถุงกำแพงดิน) เพื่อเสริมความสูงได้อีก 1.2 เมตร
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตรวจความพร้อมของคันดินทุกวัน โดยแนวในวันละ 1 รอบ และแนวนอกวันละ 2 รอบ พร้อมกันนี้ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าอีก 3 ตัว กำลังการสูบเครื่องละ 1.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเครื่องสูบน้ำดีเซล 2 ตัว สำรองไว้อีก 7 ตัว กำลังการสูบ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
“เราเชื่อว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมเหมือนปี 2554 และทางผู้ประกอบการ 30 รายซึ่งส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่นก็เชื่อเช่นเดียวกัน เขายังไม่แสดงความกังวลใดๆ” นายเริงฤทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ภายในเดือน ก.ค. 2557 นิคมสหรัตนนครจะสร้างกำแพงถาวรเป็นแกนดินคอนกรีตแล้วเสร็จ โดยลงทุนไปทั้งสิ้น 520 ล้านบาท
สำหรับนิคมสหรัตนนคร มีผู้ประกอบการ 30 ราย สินค้าหลัก อาทิ ชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังปรากฏคราบน้ำท่วมในปี 2554 สูงประมาณ 3 เมตร ผู้ประกอบการโดยรวมยังไม่เตรียมป้องกันใดๆ มีเพียงบิ๊กแบ็กเก่าจากปี 2554 กองตามจุดต่างๆ
ด้านนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยังประตูน้ำปากคลองข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 4 เครื่องสูบน้ำจากคลองข้าวเม่าลงแม่น้ำป่าสักได้ในอัตรา 1.6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และหากเร่งเครื่องเต็มที่สามารถสูบได้ถึง 2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
“หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ได้ใช้เงิน 35 ล้านบาท ปรับปรุงประตูน้ำและเสริมแนวกั้น ซึ่งเสร็จสมบูรณ์แต่ปีที่แล้ว และใช้งานได้ดีมั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมนิคมหรือถนนสายเอเซีย ถนนพหลโยธิน ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ แน่นอน” นายบรรหาร กล่าว







