
นายกฯส่งข้อมูลกลุ่มล้มเจ้าให้ผู้ว่าฯทั่วประเทศ
มาร์คชงข้อมูลเครือข่ายล้มสถาบันแจกจ่ายผู้ว่าฯ61จังหวัด ปณิธานเผยมีบุคคลมารายงานตัวตามหมายเรียกศอฉ.แล้ว 62 คน จากที่เชิญทั้งหมด 133 คน
มาร์คชงข้อมูลเครือข่ายล้มสถาบันแจกจ่ายผู้ว่าฯ61จังหวัด ปณิธานเผยมีบุคคลมารายงานตัวตามหมายเรียกศอฉ.แล้ว 62 คน จากที่เชิญทั้งหมด 133 คน
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และปฏิบัตหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรับมนตรี เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อมูลเครือข่ายล้มสถาบันของศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 61 จังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดชัดเจนขึ้นโดยเฉพาะการทำความเข้าใจกับประชาชนว่าสถานการณ์คืออะไร มีขบวนการอะไร และมีวัตถุประสงค์อะไร
“ที่มีการพูดกันว่าวัตถุประสงค์ของการ ปฏิบัติการบางอย่าง หรือว่าการเรียกร้องบ้างอย่าง ขณะนี้ศอฉ.ก็มีข้อมูลสนับสนุนว่าวัตถุประสงค์เหล่านั้นคืออะไร และก็จะมีการดำเนินการต่อไป เข้าใจว่าบางส่วนก็มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว เข้าใจว่าวันนี้ก็มีการออกหมายเรียกตามรายชื่อของบุคคลที่จะต้องเข้ามาให้ ข้อมูลในเรื่องนี้ด้วย”นายปณิธานกล่าว
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า เข้าใจว่าทางศอฉ.มีหลักฐาน และเรื่องเหล่านี้ก็มีการดำเนินคดีไปแล้ว โดยหลายบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว และหลายบุคคลมีหลักฐานปรากฎอยู่ในสื่อแล้วถึงพฤติกรรมต่างๆ ฉะนั้นเรื่องนี้ย่อมแตกต่างกัน เพราะบรรยากาศในบ้านเมืองตอนนี้สื่อมีมากมายและทำหน้าที่หลากหลาย ทั้งในประเทศและสื่อต่างประเทศ แม้ว่าเราจะมีการใช้พรก.ฉุกเฉินก็ไม่ได้มีการปิดกั้นการตรวจสอบการทำงานของ รัฐบาลโดยสื่อสารมวลชน
“เรื่องนี้มั่นใจได้ว่าคงจะไม่มี การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน และเรื่องนี้สื่อมวลชนก็เป็นส่วนหนึ่งของการให้ข้อมูลที่ถูกต้องอยู่แล้ว”นายปณิธานกล่าว
นายปณิธาน กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าการออกคำสั่งเรียกนี้มีจำนวนทั้งสิ้นกี่คน เพราะแต่ละคนอาจมีฐานในการออกเรียกแตกต่างกัน บางคนอาจถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่บางคนยังอยู่ในข่ายที่ต้องเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งส่วนนี้ก็ดำเนินไป แต่อย่างไรก็ตามคดีเรื่องก่อการร้ายก็จะเดินไป โดยทั้ง 13 หน่วยงานก็จะเอาข้อมูลมาเปรียบเทียบกันว่ามีอะไรเชื่อมโยงกันหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย ส่วนฝ่ายนโยบายไม่ได้เข้าไปดูในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เหล่านี้
ส่วนจะออกหมายเรียก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น นายปณิธานกล่าวว่า หลักการในการออกคำสั่งเรียกนั้นจะไม่ระบุบุคคล จนกว่าเขาจะมารายงานตัวก่อน เพราะถือว่าเป็นไปตามหลักปฏิบัติ คือเราต้องการข้อมูลก่อน แต่ถ้าเขาไม่ร่วมมือ ออกหมายเรียกไป 2 ครั้งแล้วยังไม่มา ก็จะมีการออกหมายจับต่อไป ซึ่งการออกหมายจับนี้จะชัดเจนว่าในข้อหาใดบ้าง
“หลักการที่จะออกคำสั่งเรียกบุคคล เข้ามานั้นเป็นไปตามอำนาจของพรก. เมื่อไม่มาตามคำสั่งนี้ก็ถือว่าขัดขืนพรก. การขัดขืนก็มีโทษตามพรก.อยู่แล้ว ส่วนจะมีคดีเกี่ยวข้องอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายกฎหมายจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อ แยกออกเป็นสองส่วน เข้าใจว่าตั้งแต่ต้นมาเรียกไปแล้วทั้งหมด 113 คน เข้ามาแล้ว 62 คน ส่วนจะมีการออกคำสั่งเรียกเพิ่มเติมอีกเท่าไรนั้นต้องรอการสรุปในอีกครั้ง”นายปณิธานกล่าว และว่า จากการที่มีผู้เข้ามารายงานตัวทำให้เราได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก อาทิ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการชุมนุม เครือข่ายการก่อความไม่สงบ รวมถึงพฤติกรรมการก่อการร้าย
เมื่อถามว่าคนที่จะออกหมายเรียก นั้นมีการประกาศห้ามออกนอกประเทศด้วยหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่







