
ต้านคุกคามสื่อ-นักวิชาการตรวจสอบทุจริต
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นป้องสื่อ-นักวิชาการถูกคุกคามจากอำนาจมืด หลังตรวจสอบโครงการการทุจริต เสนอเป็นตัวกลางจัดดีเบตเชิญทุกฝ่ายแจงความจริงต่อสังคม
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นป้องสื่อ-นักวิชาการถูกคุกคามจากอำนาจมืด หลังตรวจสอบโครงการการทุจริต เสนอเป็นตัวกลางจัดดีเบตเชิญทุกฝ่ายแจงความจริงต่อสังคม
คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เปิดเผยว่าองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯขอคัดค้านท่าทีการคุกคามและปิดกั้นเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและนักวิชาการที่ร่วมกับสื่อในการเปิดโปง ความจริงสู่สังคม โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐร่วมตรวจสอบ พร้อมทั้งเสนอเป็นตัวกลางจัดวงดีเบตเพื่อตอบคำถามข้อเท็จจริงสู่สาธารณชน
ทั้งนี้กรณีขององค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)สมุทรปราการ ฟ้องหมิ่นประมาท นายสมโภชน์ โตรักษา ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวช่อง7 เรื่องการเสนอข่าวความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณอุดหนุนวัด และกรณี คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาท กับน.ส.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ และน.ส.ณัฎฐา โกมลวาทิน ในประเด็นซิมดับกับกทค. ซึ่งการฟ้องร้องด้งกล่าวเกิดจากการนำเสนอข้อมูลของสื่อมวลชนที่แสดงถึงความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การคอร์รัปชั่น และอาจทำให้ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐได้ เพราะเกรงกลัวต่ออิทธิพลและอันตรายที่จะเกิดขึ้น
ทางหน่วยงานรัฐควรมีหลักธรรมาภิบาลและเปิดกว้างรับการตรวจสอบในประเด็นที่กระทบต่อผลประโยชน์สาธารณะ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานทีเกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกรณีของอบจ.สมุทรปราการ ขอให้มีการตรวจสอบโดย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และป.ป.ช. ส่วนกรณี กทค. ขอให้มีการตรวจสอบโดยผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏืบัติงานตามพ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 มาตรา 70 หรือ ซูเปอร์บอร์ด กสทช.
นอกจากนี้ขอให้กทค.และนายกอบจ.สมุทรปราการ ออกมาแสดงข้อมูล (ดีเบต) และตอบคำถามต่อสาธารณะ พร้อมผู้ถูกกล่าวหา ในเวทีสาธารณะที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจะจัดขึ้นร่วมกับองค์กรเครือข่ายฯ
ด้านนายวิชัย อัศรัสกร เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ฯ กล่าวว่า ผู้ที่ฟ้องร้อง ทั้ง 2 กรณี แม้จะเป็นสิทธิ์ตามกฏหมายที่ทำได้ แต่อยากให้มองว่าผู้ที่ถูกฟ้องไม่ใช่คู่กรณี ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพราะคนเหล่านี้ทำหน้าที่สื่อมวลชน และนักวิชาการ พยายามนำข้อมูล ข้อเท็จจริง เปิดเผยให้กับสาธารณชนทราบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนจะตัดสินใจเองว่าเชื่อหรือไม่
ทั้งนี้บุคคลทั้ง 3 ที่ถูกฟ้องร้องได้ทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว อยากให้กำลังใจ ซึ่งทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯพร้อมที่จะให้การสนับสนุนด้านการเงิน ทนายความ ตลอดจนคำแนะนำที่จะนำไปต่อสู้ทางคดีความ
ด้านน.ส.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ขอบคุณทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯที่ให้กำลังใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งการออกมาประกาศครั้งนี้มีความหมายมาก เพราะเสียงของภาคเอกชนมีน้ำหนัก ประกอบกับกรณีคลื่น 1800 เริ่มมีหลายเสียงที่ออกมาวิพากาษ์วิจารณ์ ทั้งเอ็นจีโอ นักวิชาการ จากหลายหน่วยงานมากขึ้น โดยยืนยันว่าได้ทำหน้าที่ในฐานะนักวิชาการไม่มีเจตนาดูหมื่นกทค. เป็นการวิจารณ์นโยบายไม่ใช่ตัวบุคคล อย่างไรก็ตามอยากใช้วิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาส เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมตรวจสอบองค์กรนี้ให้มากขึ้น
น.ส.ณัฎฐา โกมลวาทิน ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ ไทยทีบีเอส กล่าวว่า เห็นด้วยที่ทุกคนมีการตื่นตัวเกิดขึ้น ในคดีฟ้องร้อง ซึ่งในเรื่อง 1800 ซิมดับ เป็นเรื่องที่ทางไทยทีบีเอส ได้มีการติดตามมาโดยตลอด จัดทำเป็นซีรี่ และพยายามเปิดโอกาสให้หน่วยงานทีเกี่ยวข้องมาร่วมชี้แจงให้ข้อมูลและข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่มีใครมาให้ข้อมูลได้ ซึ่งการตวจสอบครั้งนี้เพื่อต้องการให้มีการชี้แจงให้รอบด้านมากที่สุด และยืนยันจะทำหน้าที่สื่อมวลชนต่อไป
ขณะที่นายสมโภชน์ โตรักษา ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวช่อง7 กล่าวว่า ขอบคุณองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่ให้การสนับสนุน ซึ่งผมไม่กลัวกับการถูกข่มขู่ หรือการฟ้องร้อง แต่รู้สึกอุ่นใจที่ทุกคนเห็นถึงการทำหน้าที่ของสื่อ เหมือนหมาเฝ้าบ้าน เพราะเมื่อใดที่สื่อถูกข่มขู่ก็เท่ากับประชาชนถูกปิดหูปิดตาเช่นกัน ผมยอมไม่ได้ อย่างไรก็ตามทางช่อง7 ให้นโยบายมาว่าให้เดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป







