posttoday
สุญญากาศ"ศาล รธน."พท.ชิงปิดจ๊อบรื้อ สว.

สุญญากาศ"ศาล รธน."พท.ชิงปิดจ๊อบรื้อ สว.

25 กันยายน 2556

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

จังหวะทางการเมืองสำคัญในเวลานี้ต้องจับตาไปที่การปิดเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่มาของ สว. ซึ่งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้นัดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบในวาระที่ 3 วันที่ 28 ก.ย.

พรรคเพื่อไทยกำลังให้สมาธิกับวาระ 3 นี้เป็นอย่างมาก และไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไร ก็ต้องลงมติเห็นชอบตามปฏิทินให้ได้ แม้ว่าฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 สว. ได้ยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม

พลิกดูคำร้องล้มแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 สว. มีความแตกต่างกันตรงที่ฝ่ายค้านไม่ขอให้ศาลยุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ของ สว.ขอให้ศาลยุบพรรคและตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค

ทว่า มีความเหมือนอยู่เหมือนกัน คือ การขอให้ศาลสั่งรัฐสภาชะลอการลงมติวาระ 3 ออกไปก่อน และขอให้ศาลเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนที่มาของ สว. มาเป็นการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว มีผลเสียต่อดุลยภาพแห่งการตรวจสอบตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากฝ่ายการเมืองจะสามารถเข้ามาแทรกแซงกระบวนการการได้มาซึ่ง สว.ได้

เมื่อฝ่ายตรงข้ามเริ่มรุกหนัก ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องใช้เสียงข้างมากเร่งลงมติปิดจ๊อบแก้รัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด สะท้อนได้จากการประสานงานให้ สส. และ สว. มาประชุมกันวันดังกล่าว ทั้งๆ ที่วันที่ 28 ก.ย. ตรงกับวันเสาร์ ซึ่งปกติจะเป็นวันที่ สส.จะต้องลงพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงของตัวเอง

ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยที่เกิดขึ้นนั้น ด้านหนึ่งวิเคราะห์ได้ว่ากำลังอาศัย “ภาวะสุญญากาศของศาลรัฐธรรมนูญ” เพื่อเผด็จศึกการแก้รัฐธรรมนูญ

ภาวะสุญญากาศที่ว่านั้น คือ “การไม่มีประธานศาลรัฐธรรมนูญ” ตำแหน่งนี้เว้นว่างมานานเกือบ 2 เดือน ภายหลัง “วสันต์สร้อยพิสุทธิ์” ได้ตัดสินใจลาออก ทำให้มีตุลาการทำหน้าที่เพียง 8 คน

แม้รัฐธรรมนูญมาตรา 209 จะกำหนดให้ปฏิบัติหน้าที่วินิจฉัยคดีได้ก็จริง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้สมบูรณ์ 100% เพราะมีบางขั้นตอนของวิธีพิจารณาจะต้องใช้อำนาจของประธานศาลรัฐธรรมนูญในการเริ่มกระบวนการ

กล่าวคือ “ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ. 2550” ข้อที่ 25 บัญญัติว่า “กรณีมีคำร้องขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยเรื่องใด ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้งตุลาการไม่น้อยกว่าสามคน เป็นตุลาการประจำคดี...”

แปลไทยเป็นไทยได้ความว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะเริ่มกระบวนการพิจารณาคำร้องของฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 สว. ที่ขอให้ล้มการแก้รัฐธรรมนูญได้ ก็ต่อเมื่อประธานศาลมีคำสั่งแต่งตั้งตุลาการจำนวน 3 คน เป็นเจ้าของสำนวนคดีก่อนเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีประธานศาลตัวจริงมีเพียง “จรูญ อินทจาร” ตุลาการที่มีอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่รักษาการประธานศาล

ด้วยการเป็นเพียงแค่ผู้ทำหน้าที่รักษาราชการประธานศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลให้ท่านจรูญยังไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญบางกรณี รวมไปถึงการเริ่มกระบวนการวิธีพิจารณาคดี

ดังจะเห็นได้จากการไม่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือแม้แต่การประชุมองค์คณะตุลาการเพื่อพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญของ สว. และฝ่ายค้าน

กระนั้น กว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีประธานศาลตัวจริงได้ก็ต่อเมื่อ “ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ” ที่เพิ่งได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภา ต้องเข้าสู่ตำแหน่งโดยสมบูรณ์ก่อน จากนั้นตุลาการศาลทั้ง 9 คน จะประชุมกันเพื่อเลือกประธานศาล ซึ่งกระบวนการเหล่านี้คาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร จนไม่ทันกับการลงมติในวาระที่ 3

จากระยะเปลี่ยนผ่านของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสงามสำหรับพรรคเพื่อไทย เหลือเพียงแต่การจัดระเบียบ สส.ไม่ให้โดดประชุมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นจังหวะที่ดีของพรรคเพื่อไทย แต่ศึกนี้ไม่จบลงด้วยเสียงข้างมาก เพราะยังมียกสองให้สู้กันต่อ

โดยยกสองจะอยู่ที่ระยะเวลา 20 วัน ที่นายกรัฐมนตรีต้องนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 และ 150

ช่วง 20 วันดังกล่าว มีความเป็นไปได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะได้ตุลาการมาทำหน้าที่ประธานศาลอย่างเป็นทางการ พร้อมกับมีมติให้รับคำร้องของ สว.และฝ่ายค้านเอาไว้ในสารบบ เหมือนกับคำร้องเรื่องการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามมาตรา 68 ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติหากเกิดกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่แล้ว จะมีผลให้ต้องชะลอกระบวนการที่ทำให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ไปก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เหมือนกับการระงับกระบวนการให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่ผ่านรัฐสภาแล้วมีผลบังคับใช้ออกไปก่อน หลังจากมี สว.ได้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ดังนั้น ที่สุดแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงต้องไปฎีกากันในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ระฆังจะเริ่มดังเมื่อไหร่เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท