
เออร์ลีทหาร6พันนายสำนักปลัดเยอะสุด
ครม.อนุมัติ 4 พันล้านโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดทหารกว่า 6 พันนาย พบสำนักปลัดกลาโหมมากสุด
ครม.อนุมัติ 4 พันล้านโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดทหารกว่า 6 พันนาย พบสำนักปลัดกลาโหมมากสุด
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงกลาโหมดำเนินโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ Early Retire เพื่อแก้ไขปัญหาความคับคั่งของกำลังพลชั้นยศสูงและกำลังพลผู้สูงอายุ โดยจะดำเนินโครงการเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2557 (ออกจากราชการ 1 ตุลาคม 2556) ถึง ปีงบประมาณ 2561 (ออกจากราชการ 1 ตุลาคม 2560 ) และคาดว่าจะมีกำลังพลลาออกในปี 2556 รวม 5,901 คน คาดว่าจะใช้งบประมาณ ราว 4,708 ล้านบาท โดย แบ่งเป็นเงินก้อนของผู้ลาออก รวม 1,982,827,800 บาท และ เงินบำนาญ รวมทั้งเงินบำเหน็จดำรงชีพ รวม 2,726 ล้านบาท
สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการคือ 1. เป็นข้าราชการทหาร ที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป หรือ มีเวลาราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่ร่วมเวลาราชการทวีคูณ) และมีเวลาราชการเหลือ 2 ปี ขึ้นไป นับแต่วันที่ออกจากราชการตามโครงการฯ โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินก้อน คิดจากอายุราชการที่เหลือ บวก 8 แล้วคูณกับเงินเดือน ๆ สุดท้าย รวมเงินประจำตำแหน่ง แต่รวมแล้วไม่เกิน 15 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง
ร.ท.หญิงสุนิสา กล่าวว่า โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดนื้จะช่วยรัฐบาลประหยัดงบประมาณในการจ่ายเงินเดือนหากบุคคลเหล่านี้รับราชการจนอายุครบ 60 ปี ได้ไม่ต่ำกว่า 2,016 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจุบัน สัดส่วนกำลังพลสูงอายุของทุกเหล่าทัพ ในภาพรวม อยู่ที่ ร้อยละ 26.6 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด คือ ไม่ควรเกิน 20 % และเมื่อพิจารณารายละเอียด 7 ส่วนราชการที่เป็นหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม พบว่าหน่วยงานที่มีสัดส่วนกำลังพลสูงอายุมากที่สุด พบว่า อันดับที่ 1. คือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีสัดส่วนกำลังพลสูงอายุ 35.79 %
อันดับที่ 2 สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 35.11 % อันดับที่ 3. กองทัพอากาศ28.06 % อันดับที่ 4 กองทัพบก 27.49 % อันดับที่ 5 กรมราชองครักษ์ 25.79 % อันดับที่ 6 กองบัญชาการกองทัพไทย 25.68% และอันดับที่ 7 กองทัพเรือ 22.45 %







