
ปรับตามโลก
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเชิงวิเคราะห์ถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงของสำนักวาติกัน โดยระบุว่า ประมุขแห่งศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิกองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวเข้ากับสังคมโลกปัจจุบัน โดยชื่นชมที่พระองค์พยายามทำตัวติดดิน อย่างการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดา พูดคุยกับผู้ยากไร้ และขับรถยนต์ราคาไม่แพง นอกจากนี้ ยังรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มคนที่ต่อต้านศาสนจักร เช่น กลุ่มผู้ต่อต้านศาสนา กลุ่มคนรักร่วมเพศ และกลุ่มผู้หย่าร้าง
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเชิงวิเคราะห์ถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงของสำนักวาติกัน โดยระบุว่า ประมุขแห่งศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิกองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ทรงแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวเข้ากับสังคมโลกปัจจุบัน โดยชื่นชมที่พระองค์พยายามทำตัวติดดิน อย่างการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดา พูดคุยกับผู้ยากไร้ และขับรถยนต์ราคาไม่แพง นอกจากนี้ ยังรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มคนที่ต่อต้านศาสนจักร เช่น กลุ่มผู้ต่อต้านศาสนา กลุ่มคนรักร่วมเพศ และกลุ่มผู้หย่าร้าง
นอกจากนี้ สำนักข่าวดังยังรายงานว่า ปรากฏการณ์ที่ประมุขแห่งวาติกันมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม อย่าง การล้างเท้านักโทษ การสวมกอดผู้พิการ หรือการต่อสายตรงเพื่อเรียกร้องทางแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีในซีเรีย ถือเป็นมิติใหม่ของการปกครองศาสนจักร ซึ่งโป๊ปองค์ก่อนๆ ไม่เคยปฏิบัติ
ทั้งนี้ บลูมเบิร์กรายงานต่อไปว่า ผู้นำศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิกองค์ปัจจุบันยังสั่นคลอนความเชื่อของศาสนิกชนทั่วโลก ด้วยการตีความคำสอนทางศาสนาใหม่ โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ความเข้าใจตนเองของมนุษย์เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ดังนั้น มุมมองที่คิดว่าคำสอนของศาสนจักรเป็นเหมือนศิลาจารึกที่ไม่อาจมองจากมุมอื่นได้ถือเป็นความคิดที่ผิด โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กวิเคราะห์ว่า การให้สัมภาษณ์นี้ถือเป็นความพยายามที่จะประนีประนอมกับศาสนิกชนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น และการเพิ่มขึ้นของรัฐฆราวาส(รัฐที่ประชาชนไม่ได้ยึดถือศาสนาเป็นแก่นของชีวิต) โดยมากกว่า 70% ของคริสต์ศาสนิกชนอาศัยอยู่ในประเทศเหล่านี้







