posttoday
ย้อนเวลาดูผลงาน"ปู"

ย้อนเวลาดูผลงาน"ปู"

24 กันยายน 2556

ย้อนดูผลงาน1ปีรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" จากรายงานแสดงผลการดำเนินงานคณะรัฐมนตรีวันที่ 23 ส.ค. 2554 - 23ส.ค.2555

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย  

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ในวันที่ 24ก.ย.ถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญนัดหนึ่งเมื่อสภาฯเตรียมพิจารณารายงานแสดงผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปีที่1 (วันที่ 23 ส.ค.2554 ถึงวันที่ 23 ส.ค.2555) ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณาของสภาฯมาตั้งแต่เดือนพ.ย.2555

ในรายงานฉบับดังกล่าวที่รัฐบาลเสนอมาให้สภาฯนั้นมีทั้งสิ้น 519 หน้า แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน และ ส่วนที่ 2 ผลการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ 

ส่วนที่ 1 รัฐบาลได้บรรยายถึงผลการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน 16 นโยบายตามที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาไว้นั้น รัฐบาลได้ยืนยันผ่านในรายงานว่ารัฐบาลสามารถดำเนินการตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาอย่างครบถ้วน โดยมีเนื้อหาพอสังเขป ดังนี้

 - การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ รัฐบาลได้ระบุว่าได้ขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และผลักดันให้เกิดความปรองดอง รวมทั้งได้เยียวและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องแก่บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองรวม 1,816 คนวงเงิน 1,373.93 ล้านบาท

- การบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ รัฐบาลได้ช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาอย่างต่อเนื่องกับทุกภาคส่วนอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐาน มีจำนวนโครงการรวมกันกว่า 10,000 โครงการใช้งบประมาณจำนวน 120,000 ล้านบาท

- การเร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นหลักในการปฎิบัติ โดยได้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 14,180 ราย เป็นเงิน 1,176.7 ล้านบาท

- แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในด้านสินค้าและบริการ รัฐบาลได้กำหนดสินค้าและบริการที่เฝ้าติดตามดูแล 225 รายการ จำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคารวม 1,542 ครั้งใน76จังหวัด ดำเนินโครงการโชห่วยช่วยชาติ “ร้านถูกใจ” 13,808 ร้านค้า ในด้านพลังงานได้ชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง

- ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ สร้างสมดุลและความเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจมหภาค ได้ดำเนินการพักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย แบ่งเป็นลูกหนี้คงค้างต่ำกว่า 5 แสนบาทรวม 428,415 ราย มูลหนี้ 52,304.19 ล้านบาท ลูกหนี้ที่มีสถานะหนี้ปกติจำนวน 2,467,193 ราย มูลหนี้ 281,041.28 ล้านบาท ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทคาดว่ามีจำนวนแรงงานที่ได้รับประโยชน์อย่างต่ำ 5.4 ล้านคน

- ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน รัฐบาลมีการดำเนินการที่สำคัญได้แก่ รับจำข้าว โดย ณ วันที่ 22 ส.ค.2555 สามารถรับจำนำข้าวนาปีรวม 6.95 ล้านตัน มีเกษตรกรเข้าร่วม 1.14 ล้านราย เป็นเงินที่จ่ายให้เกษตรกร 118,562 ล้านบาท รับจำนำข้าวนาปรัง รวม 10.03 ล้านต้น มีเกษตรกรเข้าร่วม 9.5 แสนราย เป็นเงินที่จ่ายให้เกษตรกร 148,878 ล้านบาท ราคาปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 200,000 ล้านบาท 

ขณะที่ ส่วนที่ 2 ที่เป็นผลการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รัฐบาลก็ได้ระบุไว้ในรายงานว่าได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 7 ด้าน ประกอบด้วย (1) ด้านความมั่นคงแห่งรัฐ (2) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (3) ด้านศาสนา สังคม สาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม (4) ด้านกฎหมายและการยุติธรรม (5) ด้านการต่างประเทศ (6) ด้านเศรษฐกิจ (7)ด้านที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (8) ด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน และ (9)ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

ทั้งนี้ในด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะการควบคุมราคาสินค้ารัฐบาลบอกถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการว่า

“ปัญหาราคาต้นทุนสินค้าหรือปัจจัยการผลิตได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งจากราคาน้ำมัน วัตถุดิบนำเข้าจาก ต่างประเทศ ซึ่งในระยะต่อไปจะศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนและราคาสินค้าทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำกับให้ราคาสินค้าเป็นธรรม”

โดยในบทสรุปรัฐาลได้ออกตัวว่า“รัฐบาลตระหนักว่าความสำเร็จในการดำเนินนโยบายในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานั้น เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมแรงจากทุกภาคส่วน ผ่านการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลซึ่งนับเป็นการวางพื้นฐานการพัฒนาที่สำคัญให้แก่ประเทศ

ดังนั้น ในระยะต่อไปรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางสังคม และสร้างความสุข ความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชนคนไทยทุกคน โดยจะนำพาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท