
"เติ้ง"หนุนสร้างเขื่อนแม่วงก์ป้องน้ำท่วม
“บรรหาร”หนุนสร้างเขื่อนแม่วงก์ป้องน้ำท่วมซ้ำซาก ย้ำแต่ต้องไปศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อนดำเนินการ
“บรรหาร”หนุนสร้างเขื่อนแม่วงก์ป้องน้ำท่วมซ้ำซาก ย้ำแต่ต้องไปศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อนดำเนินการ
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายขณะนี้ว่า น้ำในปีนี้ไม่เหมือนปี 2554 เพราะปีนั้น เป็นน้ำที่ปล่อยออกมาจากอ่างเก็บน้ำทั้งหมดที่อยู่ตอนบน แต่ปีนี้เป็นเพียงน้ำฝนจากดีเพรสชั่นที่เข้ามาบางลูกเท่านั้น จึงทำให้ท่วมที่ลุ่ม พื้นที่นา ถนน อ่างเก็บน้ำ ทำให้มีระดับในแม่น้ำสูง และเชื่อว่าประมาณ 3-4 วัน ถ้าไม่มีฝนตกซ้ำลงมา น้ำเหล่านี้จะไหลลงทะเล และคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาน้ำท่วมเหมือนในปี 2554
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนกำลังเป็นกังวลเพราะจะมีพายุเข้ามาอีกหลายลูก นายบรรหาร กล่าวว่า ก็ต้องรอฟังกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ว่าจะมีเข้ามาอีกหลายลูกนั้นจริงหรือไม่ มาเมื่อไร และผ่านมาถึงประเทศไทยหรือไม่ เพราะอาจจะเบี่ยงออกไปทางจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ดังนั้น ตอบในขณะนี้ก็ไม่ได้ แต่ถ้ามีเข้ามาหลายลูกจริงๆ แต่ไม่ใหญ่นักก็คงไม่เป็นไร แต่หากเป็นลูกใหญ่ก็คงมีปัญหา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อ่างเก็บน้ำทั้งหมด คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสัก สามารถรองรับน้ำได้ถึง 28,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้น ก็พอที่จะรับน้ำได้ ถึงแม้ว่าพายุจะมาอีกหลายลูก เว้นแต่ในส่วนที่จะไปตกตามทุ่งนา ลำน้ำ อย่างนั้น คงจะลำบาก ก็ต้องรอให้ไหลลงทะเลไป
“ประชาชนที่บ้านอยู่ริมน้ำ ก็ต้องขยับขยาย เพราะคงหนีไม่พ้นเนื่องจากอยู่ริมน้ำ ขณะนี้จากชัยนาทลงมาอ่างทอง อยุธยา สุพรรณบุรี ก็เริ่มๆ จะท่วมแล้ว และในวันพุธที่ 25 ก.ย.นี้ ผมจะลงพื้นที่ไปดูปริมาณน้ำที่เขื่อนชัยนาท ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร”นายบรรหาร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกลุ่มคนออกมาคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ นายบรรหาร กล่าวว่า “ในความเห็นผมคงต้องยอมรับกันว่าเราจะเอาอะไร เพราะเมื่อปี 2554 เขื่อนแม่วงก์-สะแกกรัง น้ำลงมามากถึง 600 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา ดูแล้วรับไม่ได้เพราะท่วมมิดไปหมด ซึ่งถ้าใครได้ดูภาพในตอนนั้น ก็จะเห็นใจ เพราะประชาชนเดือดร้อน ดังนั้น ก็ต้องทำเขื่อนแม่วงก์
ทั้งนี้ ก็ต้องมาดูว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นตรงไหน เช่น พื้นที่ป่าไม้ ก็ต้องมาดูกันว่าจะเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คิดว่าต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน เพราะความเสียหายจะเกิดขึ้นซ้ำซาก โดยมีตัวเลขความเสียหายเป็นพันล้านบาท ในความเห็นส่วนตัวจากที่ได้ไปดูพื้นที่มาแล้ว ก็น่าจะทำ เพราะถ้าไม่ทำ คงมีปัญหา เพราะน้ำมีจำนวนมาก จะให้ไปลงที่ไหน ประชาชนที่เดือดร้อนมีปัญหามากกว่า ซึ่งก็ต้องยอมละกันบ้างในบางเรื่อง และถ้าจะทำก็ต้องไปสำรวจดูก่อนว่ามีป่าไม้จำนวนเท่าไร ความเสียหายเป็นอย่างไร







