
หดส่งออกอีก
พิษคงคิวอีแบงก์ชาติส่อเหลือ2%พาณิชย์ประชุมวันนี้คาดลดเช่นกันจากเป้าล่าสุดหวังสูงโต7.5%
พิษคงคิวอีแบงก์ชาติส่อเหลือ2%พาณิชย์ประชุมวันนี้คาดลดเช่นกันจากเป้าล่าสุดหวังสูงโต7.5%
แบงก์ชาติจ่อลดส่งออกปีนี้ลงจาก 4% เหลือ 2% พาณิชย์ประชุมวันนี้หดเป้าเช่นกัน
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 16 ต.ค.นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จะพิจารณาปรับลดจีดีพีจากล่าสุด 4.2% ลงไปอีก และลดคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจด้านต่างๆ ลง โดยคณะทำงานจัดทำข้อมูลของ ธปท.จะเสนอลดการขยายตัวส่งออกปัจจุบันที่คาดโต 4% ลงเหลือ 23%
ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปจากที่เคยคาดไว้เดิม หลังผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 1819 ก.ย.ที่ผ่านมา พลิกไปจากที่ตลาดการเงินคาด โดยเฟดยังไม่ประกาศปรับลดมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงิน (คิวอี) ส่งผลให้ปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในช่วงปลายปีนี้แย่ลง เพราะการคงคิวอีสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐรวมถึงเศรษฐกิจโลกยังฟื้นไม่จริง และกระทบต่อภาคส่งออกของไทยที่เดิมคาดว่าการส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 และหวังจะเป็นตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจ
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ วันที่ 23 ก.ย.นี้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ จะเป็นประธานประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) เพื่อพิจารณาแผนผลักดันส่งออกรายตลาด และทบทวนเป้าหมายส่งออกปี 2556 จากที่ลดลงมาเหลือ 77.5% ลงไปอีก และจะกำหนดเป้าหมายส่งออกปี 2557 หลังสถานการณ์การส่งออกของไทยไม่ขยายตัวตามที่คาด
สำหรับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียม 50 มาตรการ เพื่อกระตุ้นส่งออกไตรมาส 4 ปี 2556 หวังเพิ่มมูลค่าส่งออกอีก 758 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.27 หมื่นล้านบาท ในสินค้า 20 รายการ เช่น รถยนต์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับสำหรับสินค้าส่งออก 20 อันดับแรกของไทยคิดเป็น 68% ของการส่งออกทั้งหมด โดย 7 เดือนของปี 2556 (ม.ค.ก.ค.) การส่งออกกลุ่มสินค้า 20 อันดับแรก มีมูลค่า 8.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 0.96% เทียบจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา แต่การส่งออกสินค้าไทยในภาพรวมช่วง 7 เดือน ขยายตัว 0.6% มูลค่า 1.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากเป้าหมายทั้งปี 2556 ที่คาดว่าจะขยายตัว 77.5%
ด้านมาตรการ 50 มาตรการที่นำมากระตุ้นการส่งออก เช่น เครื่องปรับอากาศก็จะมีการนำคณะผู้นำเข้ารายใหญ่ในญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สหรัฐ เวียนนาม และยุโรป มาเจรจากับผู้ส่งออกไทย พร้อมทั้งมีการส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่า
สินค้า, ผลิตภัณฑ์พลาสติก จะเน้นเจาะขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย รวมถึงการหาทางทางตลาดใหม่ในเม็กซิโก++เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบจะนำผู้นำเข้ารายใหญ่จากอาเจนติน่ามาเจรจากับผู้ส่งออกไทย จัดกิจกรรมการตลาดร่วมกับห้างสรรพสินค้าตามชายแดนและประเทสเพื่อนบ้าน ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพื่อการลงทุนในการวัจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่า เป้า
หมายให้ส่งออกในอาร์เจนติน่าขยายตัว 40% มาเลเซีย ขยายตัว 20% และสิงคโปร์ขยายตัว 15% เป็นต้น
นอกจากนี้ ในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนจะมีการจัดประชุมกระตุ้นการสั่งซื้อของบริษัทต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย พร้อมทั้งนำคณะผู้แทนการค้าชิ้นส่วนยานยนต์เยือนตลาดต่างๆ และสนับสนุนงบประมาณจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเน้นเป้าหมายส่งออก
ไปตลาดออสเตรเลียในปีนี้ให้ขยายตัว 45% ตลาดแอฟริกาใต้ขยายตัว 75%
ด้านผลิตภัณฑ์ยางจะมีการนำคณะผู้แทนการค้าไปตลาดที่ศักยภาพ พร้อมยกเลิกประกาศควบคุมยางล้อยานพาหนะ โดยปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เป้าหมายให้การส่งออกไปตลาดจีน ขยายตัว 20% ตลาดเวียดนาม ขยายตัว 10% ตลาดเยอรมันขยายตัว 20% และ
ตลาดเบลเยียมขยายตัว 35%
เครื่องประดับและอัญมณีเจรจากับผู้ซื้อรายใหญ่ที่มาเยือนงานแสดงสินค้า “บางกอก เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์” พร้อมทั้งมีการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ในโมซัมบิก มาดากัสการ์ อาเซียน และมีการพัฒนาการออกแบบเพื่อสร้างมูลค่า โดยเป้าหมายให้การส่งออกขยาย
ตัวในตลาดสหรัฐ 10% ตลาดฮ่อง 5% เยอรมัน 25% และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 60% เป็นต้น
ขณะที่มาตรการสนับสนุนอื่นๆ เช่น การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติทั้งในและต่างประเทศ, กิจกรรมสร้างช่องทางการค้าใหม่, ส่งเสริมธุรกิจบริการ, การตั้งศูนย์กระจายสินค้าในต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาอุปสรรคและผลักดันการส่งออกมา
4 คณะ เน้นการแก้ไขปัญหากฎระเบียบและภาษีที่ไม่เหมาะสม หรือการจัดยุทธศาสตร์การส่งเสริมการชายแดน เป็นต้น







