
‘กระเรียน’ บุรีรัมย์
หลังจากขับรถตะลุยทางดินเละๆ สักพักหนึ่ง ผมก็มาถึงใจกลางท้องทุ่งแห่งบุรีรัมย์ เมื่อมองตามการชี้เป้าของคุณอิสรียา ไทธานี
หลังจากขับรถตะลุยทางดินเละๆ สักพักหนึ่ง ผมก็มาถึงใจกลางท้องทุ่งแห่งบุรีรัมย์ เมื่อมองตามการชี้เป้าของคุณอิสรียา ไทธานี ผู้ช่วยนักวิจัยไป ผมก็เห็น...นกกระเรียน
จะบอกว่าเป็นนาทีประวัติศาสตร์ก็กลัวโดนหาว่าเว่อร์อ่ะ 555 เอาเป็นว่าดีใจบอกไม่ถูก
จริงๆ แล้ว นกกระเรียนอยู่ในข่ายนกที่ผม “แทงจำหน่าย” เลิกคิดเลิกฝันจะได้เห็นพวกมันในธรรมชาติของเมืองไทย เพราะตั้งแต่ผมดูนกเป็นเมื่อไม่ต่ำกว่า 15 ปีก่อน พวกมันก็เหลือแต่ตำนานไปนานแล้ว
เมื่อเอ่ยถึงกระเรียน จะได้บรรยากาศของสัตว์ป่ารุ่นเจ้าคุณปู่อย่างเนื้อสมัน ละมั่ง เนื้อทราย กูปรี อะไรพวกนั้น แต่ละพระหน่อ ผม “เกิดไม่ทัน” ทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อสัตว์เก๋ากึ้กอย่างละมั่งกับเนื้อทราย ยังสามารถคืนชีพกลับมาได้ ด้วยความสามารถของคนไทย สิ่งนี้ก็ได้เผื่อแผ่มาถึงนกกระเรียนด้วย
โครงการฟื้นฟูนกกระเรียนขององค์การสวนสัตว์ ได้เพาะพันธุ์นกกระเรียนที่สวนสัตว์นครราชสีมา ตามหลักวิชาการ “กระเรียนสากล” จนประสบความสำเร็จได้ลูกนกกระเรียนสายพันธุ์ดีจำนวนมาก จัดการปล่อยทัพหน้านกกระเรียนลงสู่พื้นที่ชุ่มน้ำของ จ.บุรีรัมย์
ผ่านมาร่วม 2 ปี นกกระเรียนจากกรงพวกนี้ ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้ดี อัตราการรอดตายดูจะสูงกว่าที่ประมาณการไว้มาก มิหนำซ้ำ นกที่อายุย่างเข้าวัยรุ่นบางตัวเริ่มแยกจากฝูงมาอยู่เป็นคู่ ส่งสัญญาณอาการเหมือนจะเข้าสู่วัยฮอร์โมน
นสพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ แห่งองค์การสวนสัตว์ จึงเปรยถามมาที่ผม... สนใจถ่ายรูปนกกระเรียนไหม?
คำถามนั้นชักนำผมมายังอ่างเก็บน้ำสนามบิน จ.บุรีรัมย์ การตัดสินใจยอมร้อนเหงื่อซิกกลางแดดบ่าย ในท่านั่งแช่บนดินแฉะนานกว่าชั่วโมง ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน
นกกระเรียนเดินหากินเรื่อยเปื่อยเข้ามาหาในที่สุด นาทีนั้นเอง ควายที่ชาวบ้านปล่อยไว้ดันให้ความร่วมมือ เดินมาเข้าฉากให้ด้วย พร้อมนกยางควายและนกเอี้ยงหงอน เพื่อนซี้
ภาพย้อนยุคของนกกระเรียนกับทุ่งนาไทยในอดีตเมื่อนานมาแล้ว คงจะประมาณนี้







