
กรณ์อัดรัฐกู้2ล้านล.ทำขาดดุลเงินสด
"กรณ์" อัดลงทุนโครงการตามพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล. ทำประเทศขาดทุนเงินสด "ชัชชาติ" ยันคำนึงประโยชน์ปท.
"กรณ์" อัดลงทุนโครงการตามพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล. ทำประเทศขาดทุนเงินสด "ชัชชาติ" ยันคำนึงประโยชน์ปท.
การพิจารณามาตรา 5 ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย ว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวรับประกันความต่อเนื่องหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไม่มีผลกระทบต่อโครงการตาม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพราะทุกๆ รัฐบาลนับจากนี้ ต้องทำตามแผนสร้างอนาคต
ดังนั้น ขอถามว่าการใช้เงินในระบบงบประมาณปกติไม่ทำให้เกิดการต่อเนื่องของโครงการอย่างไร ทั้งนี้ที่ผ่านมาโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ไม่ประสบความสำเร็จหรือโครงการล่าช้า ซึ่งเป็นปัญหาของฝ่ายบริหารในการบริหารจัดการไม่ใช่มาจากปัญหาของที่มาจากเงินงบประมาณแต่อย่างใด
นายกรณ์ กล่าวว่า การลงทุนโครงการด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ตาม ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ตนเชื่อว่าในหลายๆโครงการจะทำให้ประเทศขาดทุนเงินสด และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่น รถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ เชื่อว่าจะขาดทุนเงินสดปีละ 3 หมื่นล้านบาท โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงทั้ง 4 เส้นทาง ทำแล้วเสร็จเชื่อว่าจะขาดทุนถึง 1 แสนล้านบาททุกปี ทำให้รัฐบาลต้องนำเงินภาษีของประชาชนไปจ่ายชดเชยในส่วนที่ขาดทุนไป
นอกจากนั้นแล้ว สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน 10 เส้นทางเพิ่มเติมในพื้นที่ กทม. เชื่อว่า จะขาดทุนเงินสดถึงปีละ 2 แสนล้านบาทเช่นกัน ทำให้ต้องนำเงินภาษีของคนทั้งประเทศมาชดเชย
ขณะที่ นายชัชชาติ ชี้แจงว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของรัฐบาล ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หากจะนำเฉพาะค่าโดยสารมาคิดการคืนทุนก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่ง เพราะรัฐบาลมองประโยชน์ของรถไฟความเร็วสูง คือ การสร้างเศรษฐกิจ สร้างเมือง สร้างรายได้ คล้ายๆ กับเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยลงทุนสร้างถนน ใช้เงินไป 6 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ได้เก็บเงินคนใช้ถนน แต่สิ่งที่ได้คือความเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเจริญของเมือง
นายชัชชาติ ยืนยันว่า ความเป็นไปได้ของการทำโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้น ได้มีการใช้ข้อมูลจากการทำสำรวจโดยดำเนินการหลักวิทยาศาสตร์ โดยไม่มีการบิดเบือนแต่อย่างใด







