posttoday
เฟดต่อลมหายใจศก.เกิดใหม่ยืดเวลาปรับตัว เร่งเครื่องปฏิรูป

เฟดต่อลมหายใจศก.เกิดใหม่ยืดเวลาปรับตัว เร่งเครื่องปฏิรูป

20 กันยายน 2556

พลิกความคาดหวังแต่ไม่เหนือความคาดหมายของบรรดานักเศรษฐศาสตร์และเหล่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จากหลายสำนัก

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

พลิกความคาดหวังแต่ไม่เหนือความคาดหมายของบรรดานักเศรษฐศาสตร์และเหล่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จากหลายสำนักที่ออกมาแสดงความเห็นแบบแบ่งรับแบ่งสู้ก่อนหน้าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อต้นสัปดาห์ ว่า เฟดน่ามีแนวโน้มจะประกาศชะลอการซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐรายเดือนมูลค่า 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐอย่างเร็วที่สุดภายในเดือนนี้

ดังนั้น หลังจากที่ เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการเฟด ที่กำลังจะหมดวาระภายในสิ้นปีนี้ กล่าวในงานแถลงข่าวอย่างชัดเจนว่าเฟดจะคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ด้วยการซื้อพันธบัตรสหรัฐต่อไป กระแสตอบรับจากตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชียล้วนเป็นไปในทิศทางบวกแทบทั้งสิ้น หลังค่อนข้างอึมครึมเพราะความหวาดหวั่นว่าปริมาณเงินมหาศาลจะหดหายไปจากตลาดเงินทั่วโลกรวดเร็วเกินไป

ดัชนีเอฟทีเอสอีจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% แตะระดับที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2551 ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอ็มซีเอสไอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพุ่งขึ้นถึง 2.4% ก่อนปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเปิดตลาดในช่วงบ่ายของวันที่ 18 ก.ย. ที่ 2.1% และตลาดล่วงหน้าของยุโรป สตอกซ์ 600 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% ทันทีที่มีการเปิดตลาด

กระทั่งเหล่านักวิเคราะห์จากบาร์คเลย์สยังอดยอมรับอย่างเสียมิได้ว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะเอเชีย ตลอดจนอัตราแลกเปลี่ยนได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ

รายงานจากไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ปรับตัวลดลงเฉลี่ยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน

อย่างไรก็ตาม แม้การตัดสินใจเลื่อนแผนการชะลอการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟดออกไปครั้งนี้จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้ตลาดในเอเชียอย่างเต็มที่ แต่กระนั้นนักวิเคราะห์หลายสำนักอดเตือนไม่ได้ว่าความเคลื่อนไหวจากเฟดในครั้งนี้ เปรียบเพียงแค่การขยายเวลาต่อลมหายใจให้กับรัฐบาลต่างๆ ทั่วเอเชีย เพื่อให้ได้มีเวลาปฏิรูปปรับเปลี่ยนเตรียมใจให้พร้อมรับมือกับปริมาณเงินทุนต่างชาติที่จะไหลออกจากภูมิภาคแห่งนี้เท่านั้น

เหตุผลเพราะท้ายที่สุดแล้ว เฟดและรัฐบาลสหรัฐไม่อาจพึ่งพานโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศได้โดยตลอด ดังนั้น การเดินหน้าเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ของเอเชียจึงยังคงจำเป็นและสำคัญ อย่างน้อยที่สุดเพื่อสร้างภูมิต้านทาน แสดงความแข็งแกร่งให้นักลงทุนกลับมาลงทุนด้วยความเชื่อมั่นในระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพราะลงทุนเนื่องจากได้มีเงินเหลือให้หว่านได้ไม่เลือกเหมือนเช่นที่ผ่านมา

ศรี มุลญาณี อินทราวาติ กรรมการผู้จัดการของเวิลด์แบงก์แสดงความเห็นผ่านบลูมเบิร์กในระหว่างการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีคลังสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย ว่า เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง เฟดต้องปรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการคิวอีของตนเองแน่นอน ดังนั้น สิ่งที่ตลาดเอเชียและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่สมควรต้องทำก็คือการเดินหน้าปฏิรูประบบการเงินในประเทศของตนเองต่อไปในระหว่างที่รอการเปลี่ยนแปลงจากเฟดอีกครั้ง

ขณะที่ เฟเดอริก นิวแมนน์ นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ ในฮ่องกง เห็นสอดคล้องกับอินทราวาติเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า ความจริงที่กระแสทุนต่างชาติไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียจะยังคงดำเนินต่อไปอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเกิดภาวะดิ่งลงแรง (ฮาร์ด แลนดิง) หรือภาวะขาดดุลการคลังอย่างหนักหน่วงเริ่มลดลง

เท่ากับว่ารัฐบาลในเอเชียสมควรฉวยโอกาสที่มีอยู่ช่วงระยะหนึ่งนี้ เดินหน้ากำหนดแผนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ เพื่อให้การเติบโตของภูมิภาคแห่งนี้เป็นไปอย่างมั่นคงแข็งแกร่งมากกว่าเดิม

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า นับตั้งแต่ที่เฟดมีการส่งสัญญาณว่าจะชะลอการใช้มาตรการคิวอีด้วยการลดปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐรายเดือนลงในเดือน พ.ค. ตลาดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับกระแสเงินทุนไหลออกอย่างมหาศาล จนหลายประเทศต้องเร่งรีบออกมาตรการสกัดเงินทุนไหลออกอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและค่าเงินของหลายประเทศขาดเสถียรภาพอย่างรุนแรง แถมผันผวนอย่างหนัก โดยมีค่าเงินแรนด์ แอฟริกาใต้ ค่าเงินเรียล บราซิล ค่าเงินรูปี อินโดนีเซีย ค่าเงินรูเปียห์ อินเดีย และค่าเงินลิรา ตุรกี ได้รับผลกระทบหนักที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ด้วยกัน จนมอร์แกน สแตนเลย์ มอบฉายา “5 อ่อนแห่งตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่” ให้ไปครอง

นักวิเคราะห์หลายสำนักเห็นตรงกันว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือภาพสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางในระบบการเงินของบางประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่หวังพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างชาติมากเกินไป ดังนั้น ประเทศเหล่านี้จึงควรฉวยโอกาสจากการตัดสินใจครั้งล่าสุดของเฟดในครั้งนี้ เดินเครื่องลุยในระหว่างที่แรงกดดันจากภาวะทุนไหลออกเริ่มคลี่คลาย รวมถึงหันหน้าจัดการความท้าทายที่ก่อนหน้านี้ไม่อาจจัดการได้อย่างเต็มที่

สำหรับอินโดนีเซีย บราซิล และแอฟริกาใต้ คือการมุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานที่ยังอ่อนแอมากของตนเอง อินเดียคือการฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยรวมถึงการพิจารณาเปิดภาคอุตสาหกรรมประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ส่วนมาเลเซียคือการจัดการกับปัญหาการขาดดุลงบประมาณอย่างหนักของประเทศ และฟิลิปปินส์คือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่กำลังกัดกร่อนการเติบโตของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ เดนิส ไซมอน ผู้จัดการตลาดสินทรัพย์ในตลาดประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ของลาซาร์ด แอสเซ็ท แมเนจเมนท์ ในนิวยอร์ก ย้ำว่า แม้การตัดสินใจของเฟดล่าสุดจะช่วยให้สถานการณ์ของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ดีขึ้น กระนั้นไม่ได้หมายความว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะหมดไป และอย่างน้อยที่สุดการที่อัตราดอกเบี้ยและค่าเงินเหรียญสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำ ก็ส่งผลดีต่อกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ให้มีเวลามากพอที่จะปรับสมดุลและสร้างเกราะป้องกันเศรษฐกิจของตนเอง

ดังนั้น ข่าวดีจากการตัดสินใจคงคิวอีของเฟดในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่สมควรดีใจจนชะล่าใจ แต่ต้องตระหนักแล้วว่า โอกาสงามๆ ได้เข้ามาเยือนให้เอื้อมมาคว้าได้อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท