posttoday
ปชป.ถล่ม 2 ล้านล้าน เปิดช่องคอร์รัปชั่น-จี้ทำงบปกติ

ปชป.ถล่ม 2 ล้านล้าน เปิดช่องคอร์รัปชั่น-จี้ทำงบปกติ

20 กันยายน 2556

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท วาระ 2 สส.ฝ่ายค้านส่วนใหญ่ได้ให้น้ำหนักไปยังการอภิปรายในมาตรา 3 ที่แปรญัตติให้นำ “โครงการ” เข้ามาบรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.นี้ เพื่อผูกมัดไม่ให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงโยกย้ายงบ 2 ล้านล้านบาท เพราะจะนำไปสู่การทุจริต รวมทั้งง่ายต่อการตรวจสอบ

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท วาระ 2 สส.ฝ่ายค้านส่วนใหญ่ได้ให้น้ำหนักไปยังการอภิปรายในมาตรา 3 ที่แปรญัตติให้นำ “โครงการ” เข้ามาบรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.นี้ เพื่อผูกมัดไม่ให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงโยกย้ายงบ 2 ล้านล้านบาท เพราะจะนำไปสู่การทุจริต รวมทั้งง่ายต่อการตรวจสอบ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า เห็นด้วยกับโครงการ แต่บางส่วนที่ไม่เห็นด้วยเช่นความคุ้มค่า และความเหมาะสมของโครงการ และ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพราะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตย นำมาซึ่งปัญหาบริหารจัดการและความไม่โปร่งใส อีกทั้งยังพยายามหลีกเลี่ยงหมวด 8 ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องมีรายละเอียดของการใช้จ่ายงบประมาณอย่างชัดเจน เพราะหากอนุญาตให้ใช้เงินมากขนาดนี้ต่อไปรัฐบาลไม่ต้องเสนองบลงทุน และใช้วิธีการออก พ.ร.บ.เป็นงบลงทุนแทน ดังนั้น ระบบการตรวจสอบในสภาจะมีไว้ทำไม

ขณะเดียวกัน รายละเอียดของโครงการก็ไม่ได้มีการนำเสนอเป็นกฎหมาย จึงสามารถดำเนินการได้อิสระและโครงการใหม่ๆ สามารถโผล่ได้ตลอด เพียงแค่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เท่านั้น รัฐบาลไม่เอาโครงการไปอยู่ในกฎหมายเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ที่นำเงินภาษีของประชาชนในปัจจุบันและอนาคตที่อาจเป็นหนี้อีก 50 ปี ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ในบัญชีแนบท้ายมีเพียงแค่ ยุทธศาสตร์และแผนงาน เพียงแค่ 3 หน้ากระดาษ แต่เป็นกรอบการใช้เงินถึง 2 ล้านล้านบาท แต่เอกสารประกอบการพิจารณา ไม่มีสถานะอะไรตามกฎหมาย ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ว่าจะเป็นชุดนี้หรือชุดต่อไปก็สามารถนำเงินก้อนนี้ไปทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่เห็นว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 2 หน้าครึ่ง

สามารถ ราชพลสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. กล่าวว่า ต้องการให้เพิ่ม “โครงการ” เพราะเดิมที่มีแค่ยุทธศาสตร์และแผนงาน นั้นไม่เพียงพอ จากการตรวจสอบรายละเอียดในบางโครงการ อาทิ รถไฟทางคู่ชุมทางบ้านภาชีนครหลวง 15 กม. กมธ.มูลค่าโครงการค่าก่อสร้าง ควรอยู่ที่ 2,250 ล้านบาท แต่กลับเสนอราคามาถึง 3,789.3 ล้านบาท เพิ่ม 1,539 ล้านบาท หรือ 68%

โครงการที่ 2 ติดตั้งเครื่องกั้นถนนทางรถไฟ ราคาที่เหมาะสมอยู่ที่ 1,381.26 ล้านบาท แต่เสนอขอมา 4,368.26 ล้านบาท สูงกว่าที่ควรเป็น 216% และ โครงการที่ 3 ปรับปรุงระบบอานัติสัญญาณไฟสีทั่วประเทศ ราคาที่ควรเป็น 3,442.1 ล้านบาท เสนอมา 6,917.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% 3 โครงการมีการคิดราคาผิด 8,000 ล้านบาท จึงควรระบุรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน

กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ ขอปรับลดจากกรอบ 2 ล้านล้าน เหลือเพียง 4 แสนล้านบาท โดยระบุว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ยังมีกรอบเพดานให้รัฐบาลสามารถกู้เงินได้ถึง 5.5 แสนล้านโดยไม่กระทบวินัยการเงินการคลัง และปีงบประมาณตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป รัฐบาลยังตั้งเป้าลดงบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง และหากคำนวณตลอดระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 25572563 รัฐบาลสามามารถดึงงบประมาณจากกรอบเพดานที่รัฐยังไม่ได้กู้มาได้ถึง 1.6 ล้านล้านบาท จึงเสนอให้รัฐบาลกู้นอกงบประมาณปกติเพียง 4 แสนล้านบาทเท่านั้น

ขณะที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธาน กมธ. ชี้แจงว่า แม้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กู้นอกวิธีการงบประมาณปกติ แต่ก็มีการเสนอเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาถือว่าละเอียดรอบคอบสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามแม้จะสามารถบรรจุโครงการในงบประมาณประจำปีได้ แต่เหตุผลที่ออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อความต่อเนื่อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นการกู้ในระยะ 7 ปี เฉลี่ยปีละ 23 แสนล้านบาท เทียบกับ GDP ประเทศ 1112 ล้านล้านบาท ถือว่าเหมาะสม เนื่องจากเป็นการวางแผนระยะยาว และต้องทำในภาครวม และต้องดูในระยะยาว ซึ่งถ้าไม่ทำในตอนนี้ อนาคตค่าใช้จ่ายก็เพิ่มมากขึ้น อันนี้ต้องดูมิติเวลาเข้ามาร่วมด้วย ส่วนเรื่องการทุจริตนั้น รัฐบาลวางมาตรการต่างๆ ไว้รองรับแล้ว อาทิ การคำนวณราคากลาง การเชิญภาคเอกชนมาร่วมสังเกตการณ์

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง