posttoday
ผลงานรัฐบาลไม่ดี หรือไม่มี

ผลงานรัฐบาลไม่ดี หรือไม่มี

19 กันยายน 2556

เสียงเล็ดลอดจากทำเนียบรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

เสียงเล็ดลอดจากทำเนียบรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกอาการไม่พอใจทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ไม่ยอมออกมาแจงเศรษฐกิจขาลงให้ประชาชนเข้าใจ จนถูกมองว่ารัฐบาลบริหารงานล้มเหลว

นายกรัฐมนตรีลงลึกถึงขนาดต้องการให้รัฐมนตรีพาณิชย์ออกมาชี้แจงโครงการรับจำนำข้าว ที่มีทั้งปมข้าวเน่า ข้าวหาย ข้าวขายไม่ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายค้านนำไปเป็นประเด็นสับรัฐบาลเช้าเย็น

นอกจากนี้ ยังต้องการให้รัฐมนตรีคลัง และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาแจงปมปัญหาราคายางให้คนเข้าใจว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องบานปลายจนคนเข้าใจรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้หรือแก้ปัญหาไม่เป็น

นายกรัฐมนตรียังขมวดปมว่า การที่รัฐมนตรีทางเศรษฐกิจไม่ออกมาพีอาร์ผลงาน และชี้แจงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นช่องฝ่ายตรงข้ามนำไปบิดเบือนมาเล่นงานรัฐบาลจนตั้งรับไม่ไหวแก้เกมไม่ทัน

เมื่อพิจารณาประเด็นที่นายกไม่พอใจก็คือ ทีมเศรษฐกิจไม่ออกมาชี้แจงข้อมูล ทำให้มีการบิดเบือนข้อมูลนำมาโจมตีการบริหารของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าพิเคราะห์ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

ในประเด็นแรก การชี้แจงข้อมูลทางเศรษฐกิจของรัฐบาล ไม่ใช่แต่นายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่สงสัยว่า ทำไมทีมเศรษฐกิจไม่ยอมออกมาชี้แจง แต่ประชาชนเองก็สงสัยว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ยอมแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีที่ผ่านมาตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่รัฐบาลจะโชว์ผลงานที่ได้มาว่ามีอะไรบ้าง

ว่าไปแล้วการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลในปีแรก ทำให้เศรษฐกิจปี 2556 ขยายตัวได้ถึง 6.5% ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง สามารถตีปี๊บร้องป่าวเป็นผลงานได้อย่างสบายๆ

แต่การที่รัฐบาลไม่ยอมชี้แจงผลงานของตัวเอง ทำให้คนเข้าใจเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ว่า รัฐมีแผลที่ไม่ต้องการให้เวทีผลงานกลายเป็นเวทีชำแหละความล้มเหลว

เพราะรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้ว่า มีหลายนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลล้มเหลว หนึ่งในโครงการนั้นคือ โครงการรับจำนำข้าวที่ดำเนินโครงการมา 2 ปี ใช้เงินไปแล้ว 6.6 แสนล้านบาท เกินกรอบที่รัฐบาลตั้งไว้ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท

ปัจจุบันรัฐบาลมีข้าวค้างสต๊อกอีก 1718 ล้านตัน ที่ขายไม่ออกเพราะเป็นข้าวที่ไม่ได้คุณภาพ การส่งออกข้าวของไทยก็เสียแชมป์ให้กับเวียดนามและอินเดีย การดำเนินการจำนำมีการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกขั้นตอนอยู่ระหว่างการสอบเอาผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐมนตรีพาณิชย์หนีตายเลี่ยงออกมาชี้แจงเรื่องการรับจำนำข้าว เพราะออกมาชี้แจงเรื่องจำนำข้าวประเด็นไหน ก็จะต้องถูกโยงไปอีกประเด็น ที่ทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องน้ำท่วมปาก ยิ่งชี้แจงก็เหมือนยิ่งขุดคุ้ยความล้มเหลวของรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการขาดทุนจากโครงการรับจำนำ ที่นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เองก็ยังไม่รู้ว่าทุกวันนี้มีผลขาดทุนเท่าไร เพราะไม่สามารถปิดบัญชีได้ เนื่องจากหน่วยงานที่ดูแลการเก็บรักษาข้าวไม่ยอมส่งข้อมูลให้อนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวรับทราบ ส่วนหนึ่งเพราะมีข้าวที่ล่องหนหายไปกว่า 1 ล้านตัน ที่หน่วยงานรับผิดชอบแจงไม่ได้ว่าข้าวหายไปอยู่ในมือใคร

ที่ผ่านมา อนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่มี สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธานปิดบัญชีล่าสุดได้แค่ 31 ม.ค. 2556 เท่านั้น มีผลขาดทุน 1.3 แสนล้านบาท ทำให้มีหน่วยงานที่ติดตามโครงการรับจำนำข้าวอย่างสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ออกมาประเมินว่า รัฐบาลมีผลขาดทุนจำนำข้าวถึง 4 แสนล้านบาท โดยคิดจากราคาข้าวที่รัฐบาลจะขายได้กิโลกรัม 78 บาทเท่านั้น ต่ำกว่าราคาต้นทุนที่รับจำนำกว่าเท่าตัว

จากข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิดว่า เป็นเพราะรัฐบาลปิดบังข้อมูล และก็พยายามที่จะปกปิดผลการขาดทุน หรือว่าทีดีอาร์ไอที่รัฐบาลมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลบิดเบือนข้อมูล

แม้แต่วงเงินรัฐจำนำข้าวรอบใหม่ ปี 2556/2557 จำนวน 2.7 แสนล้านบาท นายกรัฐมนตรีกับกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยังชี้แจงไม่ตรงกัน โดยนายกรัฐมนตรียืนยันไม่กู้ใหม่ต้องใช้เงินจากกรอบเดิมไม่เกิน 5 แสนล้านบาท แต่กิตติรัตน์แจงว่าหากเงินไม่พอก็ต้องมาดูว่าจะต้องกู้เพิ่มอีกหรือไม่ ซึ่งกลายเป็นรัฐบาลที่สร้างความสับสนในข้อมูลเสียเอง

นอกจากนี้ จำนำข้าวยังมีประเด็นเรื่องการใช้วงเงินเกิน 5 แสนล้านบาทไปอยู่ 1.61.7 แสนล้านบาท ที่ใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่ายไปก่อน และต้องใช้คืนให้ได้ภายในสิ้นปีนี้เพื่อให้ใช้เงินในโครงการรับจำนำไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลไม่มีทางทำได้ แต่รัฐบาลก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าทำได้

หากไปดูข้อเท็จจริงช่วง 2 ปี ที่รัฐบาลรับจำนำข้าว สามารถขายข้าวนำเงินใช้คืน ธ.ก.ส.ได้ 1.3 แสนล้านบาท และตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 เดือน รัฐบาลจะสามารถระบายข้าวหาเงิน 1.61.7 แสนล้านบาท มาใช้คืน ธ.ก.ส.ได้อย่างไร เมื่อข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ จึงเป็นคำถามตามมาว่าใครกันแน่ที่บิดเบือนข้อมูลทางเศรษฐกิจจนเป็นมีดจ่อคอหอยรัฐบาลอยู่ทุกวันนี้

โครงการจำนำข้าวที่รัฐบาลภาคภูมิใจ ยังเป็นโมเดลสร้างปัญหาให้กับการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรชนิดอื่น ที่ทำให้การแก้ไขปัญหาราคายางแก้ไขไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลไม่ยอมประกันราคาให้ผู้ปลูกยางกิโลกรัมละ 120 บาท เหมือนรับจำนำข้าว ที่ใช้เงินไปมากมาย เกษตรกรผู้ปลูกยางจึงโจมตี

เมื่อเป็นเช่นนี้ปัญหาราคายางจึงแก้ไม่ได้ เพราะเกิดความเหลื่อมล้ำว่าทำไมรัฐบาลอุ้มข้าวจำนำราคาตันละ 1.5 หมื่นบาทได้ แต่ทำไมประกันราคายางกิโลกรัมละ 120 บาทไม่ได้ ซึ่งต้นตอของปัญหาคือการบิดเบือนการสนับสนุนราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาลที่ไม่มีมาตรฐาน เกษตรกรปลูกข้าวเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลก็รับจำนำราคาสูงกว่าตลาดเป็นเท่าตัว

แต่ขณะที่ผู้ปลูกยางเป็นฐานคะแนนฝ่ายค้านฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก็ปฏเสธประกัน และยังอ้างว่าการสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้ค่าปุ๋ยไร่ละ 2,500 บาท เหมาะสมแล้ว ทำปัญหาเศรษฐกิจกลายเป็นปมความเหลื่อมล้ำทางการเมืองการปกครอง เพราะสาเหตุมาจากบริหารเศรษฐกิจแบบบิดเบือน เลือกที่รักมักที่ชัง

ประเด็นต่อมาที่น่าพิเคราะห์อีกคือ คนที่บิดเบือนข้อมูลเศรษฐกิจที่แท้จริงเป็นใคร จนทำให้ไม่มีความน่าเชื่อถือ หากว่ากันตามข้อเท็จจริง ข้อมูลของรัฐบาลมีความน่าเชื่อถือกว่าฝ่ายค้านอยู่วันยังค่ำ ไม่มีนักลงทุนที่ไหนไปนำข้อมูลฝ่ายค้านมาประกอบการลงทุน

แต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ต้องยอมรับว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลมีการบิดเบือนตัวเลขเศรษฐกิจจนไม่มีความน่าเชื่อถือ เริ่มตั้งแต่กิตติรัตน์โกหกสีขาวประมาณการตัวเลขการส่งออกปี 2556 สูงกว่าความเป็นจริงถึง 15% ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงโตได้ 4% นั้น โดยอ้างว่าต้องการให้นักลงทุนเชื่อมั่น

การรายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าความรู้สึกข้อเท็จจริง เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนรู้สึกว่าสินค้าราคาแพง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าสินค้าราคาไม่แพง ทั้ง ราคาน้ำมัน ค่าไฟค่าทางด่วน ค่าแก๊ส เพิ่มขึ้นพร้อมๆ กันอย่างต่อเนื่อง โดยบอกว่าประชาชนรู้สึกไปเอง แต่รัฐบาลกลับออกมาตรการสินค้าธงฟ้าเพื่อขายสินค้าราคาถูกเพื่อลดค่าครองชีพประชาชนซึ่งเป็นการขัดในตัวเอง หากรัฐบาลบอกว่าสินค้าไม่แพงและจะไปออกมาตรการสินค้าธงฟ้าทำไมให้เปลืองเงินภาษี

อย่างล่าสุดเศรษฐกิจไทยปี 2556 ที่ขยายตัวได้ลดลงจากเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองภายในของไทยเอง หลายสำนักคาดการณ์ว่าจะต่ำกว่า 4% ต่อปี แต่รัฐบาลก็พยายามร่ายมนต์ทำให้ตัวเลขได้สูงกว่า 4% ต่อปี

ทั้งหมดทำให้ข้อมูลทางเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจแบบบิดเบือน ทำตัวเลขไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หมกเม็ดความเสียหายที่แท้จริง ทำให้เมื่อความจริงปรากฏ รัฐบาลจึงตั้งรับไม่ไหวอธิบายไม่ถูก เพราะยิ่งแจงมากก็ยิ่งประจานความล้มเหลวและผิดพลาดของรัฐบาลในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง