
หนี้รัฐบาลท้องถิ่นจีนพุ่งแตะ100ล้านล้าน
ผู้เชี่ยวชาญเตือนรัฐบาลท้องถิ่นจีนหนี้ท่วมทะลุ 100 ล้านล้านบาท ตัวการฉุดเศรษฐกิจสั่นคลอน
ผู้เชี่ยวชาญเตือนรัฐบาลท้องถิ่นจีนหนี้ท่วมทะลุ 100 ล้านล้านบาท ตัวการฉุดเศรษฐกิจสั่นคลอน
หลิว หยูฮุย ผู้จัดการสถาบันสังคมศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซีเอเอสเอส) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองด้านการเงินของจีน เตือนว่า สถานการณ์หนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่นแดนมังกรกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตหนัก โดยอ้างอิงจากรายงานล่าสุด พบว่า ยอดหนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่นดีดตัวทะลุระดับ 20 ล้านล้านหยวน (ราว 103 ล้านล้านบาท) ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2555 ซึ่งทะยานจากเมื่อปลายปี 2553 ที่ 10.7 ล้านล้านหยวน (ราว 55 ล้านล้านบาท)
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวคำนวณข้อมูลจากแหล่งต่างๆ รวมถึงงบดุลของธนาคาร และข้อมูลจากผู้กำหนดนโยบายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า รัฐบาลท้องถิ่นของจีน ได้กู้ยืมเงินผ่านธนาคารโดยตรงสูงถึง 9.7 ล้านล้านหยวน ผ่านธนาคารเงาอีกราว 45 ล้านล้านหยวน และจากแหล่งเงินกู้อื่นๆ อีก 67 ล้านล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้ได้ตอกย้ำถึงจุดอ่อนของโครงสร้างเศรษฐกิจจีน ที่เน้นการพึ่งพาการลงทุนจากสินเชื่อเป็นหลัก อันส่งผลให้เกิดการปล่อยกู้ในตลาดการเงินนอกระบบผ่านธนาคารเงา หรือบรรดาสถาบันการเงินต่างๆ ที่มักนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง จนสร้างความเสี่ยงต่อระบบการเงินตามมา
หลิว เตือนอีกว่า หนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มกระทบต่อเศรษฐกิจจีนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการออกกฎคุมเข้มไม่ให้รัฐบาลท้องถิ่นออกพันธบัตรเพื่อกู้ยืมเงินได้โดยตรง เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นยังคงไม่มีระเบียบวินัยทางการเงิน เพราะส่วนใหญ่มองว่า ท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลกลางจะยื่นมือมาช่วยอุ้มรัฐบาลท้องถิ่นที่ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้
วันเดียวกัน หลี่ กาชิง มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเอเชียชาวฮ่องกง เตือนว่า แผนการผลักดันให้เซี่ยงไฮ้ของจีนเป็นเขตการค้าเสรี (เอฟทีแซด) ซึ่งอนุญาตให้แลกเปลี่ยนเงินตราได้เสรีนั้น จะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อฮ่องกงซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลกในปัจจุบัน หากฮ่องกง ไม่สามารถขจัดอุปสรรคต่างๆ ทั้งค่าแรง ที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเช่าแพงได้ ฮ่องกงอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ในที่สุด







