
กรมชลฯจับตาพายุเข้าไทยเพิ่มช่วงต.ค.-พ.ย.
กรมชลประทานจับตาพายุเข้าช่วง ต.ค.-พ.ย. ก่อนร่วม กบอ. วางแผนรับมือน้ำท่วม
กรมชลประทานจับตาพายุเข้าช่วง ต.ค.-พ.ย. ก่อนร่วม กบอ. วางแผนรับมือน้ำท่วม
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำจากกรมชลประทานว่า อยากให้มั่นใจว่าปริมาณฝนที่จะตกลงมาในช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.นี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่างๆ อย่างที่หลายคนกังวลว่าอาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ เว้นแต่พื้นที่ริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำเช่น บริเวณคลองโพงเผง คลองบางบาลและป่าโมกที่อาจน้ำล้นตลิ่งได้
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ หากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาไม่เกิน 60 มิลลิเมตร ทาง กทม. สามารถบริหารจัดการระบายน้ำได้ทัน แต่หากปริมาณน้ำฝนตกลงมาหนาแน่นกว่านี้ก็อาจมีปัญหาน้ำท่วมขัง ระบายน้ำไม่ทันได้ในบางพื้นที่
อย่างไรก็ดี กรมชลประทานจะเฝ้าระวังในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.นี้อย่างใกล้ชิดว่าจะมีพายุเข้ามาอีกหรือไม่ หากมีพายุเข้ามาและพยากรณ์ว่าจะปริมาณฝนตกหนาแน่นก็จะรายงานต่อ กบอ. วางแผนรับมือ
“แม้ว่าปีนี้ปริมาณฝนจะเฉลี่ยมากกว่าปีที่ผ่านมา 7% แต่ภาพรวมยังถือว่ามีปริมาณน้ำในอ่างอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากฝนที่ตกอยู่ท้ายอ่างทำให้ปริมาณน้ำไม่ไหลเข้าอ่าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นแล้ง เพราะฝนที่จะตกในช่วง 19-20 ก.ย.นี้ คาดว่าจะช่วยทำให้มีปริมาณน้ำฝนตกลงบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มากขึ้น” นายบรรหาร กล่าว
สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ 33 แห่งทั่วประเทศและขนาดกลาง 448 แห่งทั่วประเทศ ณ วันที่ 18 ก.ย.2556 พบว่า ยังสามารถรับน้ำได้อีก 2.82 หมื่นล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 38% โดยมีปริมาณน้ำที่ใช้การได้รวมประมาณ 6,500-7,000 ล้าน ลบ.ม.
จากการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน คาดว่าน่าจะพอใช้ทำนาปรังได้ประมาณ 2 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 1.5 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 5 แสนไร่ หรือคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของปีที่ผ่านมา ที่มีปริมาณน้ำใช้การได้ 1.1-1.2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถใช้ทำนาปรังได้ 5 ล้านไร่
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 33 แห่ง พบว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำพระเพลิงและเขื่อนลำตะคองมีปริมาณน้ำต่ำที่สุด เฉลี่ยอยู่ที่ 28% ของความจุอ่างส่วนเขื่อนสิรินธรมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมากที่สุด 81% ของความจุอ่าง เขื่อนภูมิพล 40% เขื่อนสิริกิติ์ 56% เขื่อนจุฬาภรณ์ 48% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 38% เขื่อนอุบลรัตน์ 43% เขื่อนทับเสลา 34% และเขื่อนลำป่าว 41%
ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดทำคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้เปิดให้บริการแล้ว โดยระบบดังกล่าวจะเป็นระบบกลางจัดเก็บข้อมูล แลกเปลี่ยนข้อมูลจากหน่วยภาครัฐด้านทรัพยากรน้ำและภูมิอากาศ 12 หน่วยงานมาใช้บริหารจัดการน้ำควบคุมสถานการณ์ และแจ้งเตือนภัย นอกจากนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า คาดว่ารัฐบาลจะจัดทำระบบคลังข้อมูลด้านน้ำแล้วเสร็จ







