จับมือยิงเอเย่นต์ค้าใบประทวนดับ
ตำรวจเมืองอุทัยธานีจับมือปืนยิงตัวแทนค้าใบประทวนดับสารภาพสิ้นเพื่อทดแทนบุญคุณ
ตำรวจเมืองอุทัยธานีจับมือปืนยิงตัวแทนค้าใบประทวนดับสารภาพสิ้นเพื่อทดแทนบุญคุณ
พ.ต.อ.นิคม สภาพพร รอง ผบก.ภจ.ว.อุทัยธานี พร้อม พ.ต.ท.ธีระพงษ์ ฤทธิ์จรูญ สวญ.สภ.ตลุกดู่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้าน นายปัญญวรรณ์ หรือเฉิม ผู้ต้องหายิงนางพันเครือ พัดสี อยู่บ้านเลขที่ 75/5 หมู่ 7 ต.หนองกระทุ่ม อ.ทัพทัน จนเสียชีวิตเม่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามไม่พบนายปัญญวรรณ์ พบเฉพาะพ่อและแม่ของนายปัญญวรรณ์ พร้อมกับให้การว่านายปัญญวรรณ์ ไม่อยู่บ้านไปทำงานที่ ท่าข้าวคุ้มทวี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เดินทางไปเชิญตัว นายปัญญวรรณ์ ที่ท่าข้าวคุ้มทวี หมู่ 3 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มาทำการสอบสวน ที่ สภ.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี
นายปัญญาวิทย์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือลั่นไกสังหาร นางพันเครือ ผู้ตายจริง โดยมี นายทรงพล ใจกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หลังจากลงมือแล้วได้โทรศัพท์ไปหารายงานให้บุตรชายเจ้าของโรงสีทราบว่า ยิงนางพันเครือเสียชีวิตแล้ว หลังจากก่อเหตุนายทรงพลได้หลบหนีไปพร้อมปืนอันที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนเขาได้เข้าทำงานตามปกติ
นอกจากนี้ยังมีความสนิทสนมกับบุตรชาย เจ้าของโรงสีแห่งหนึ่งใน อ.หนองฉาง เคยไปทวงเงินเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้ตายรู้กันกับโรงสีนำข้าวไปสวมสิทธิ์มาใสใบประทวน ซึ่งทั้งโรงสีและผู้ตายจะได้รับผลประโยชน์ในโครงการร่วมกัน รวมเป็นเงินหลายแสนบาท โดยมีการทวงถามเรื่องเงินกับผู้ตายหลายครั้งและผู้ตายบอกว่าไม่มี อ้างว่าเกี่ยวข้าวแล้วจะไปใช้คืน นอกจากนี้ผู้ตายก็มีปากเสียงกับบุตรชายเจ้าของโรงสีข้าวอย่างรุนแรงพร้อมทั้งบุตรชายและนายปัญญาวิทย์ข่มขู่ผู้ตายไว้
ทั้งนี้มีความเจ็บแค้นแทนนายทุนและรับปากว่าจะจัดการกับนางพันเครือให้จากนั้นจึงวางแผนสังหารผู้ตาย ส่วนสาเหตุที่ลงมือสังหารนางพันธ์เครือ เพื่อตอบแทนนายทุนเนื่องจากที่ผ่านมานายทุนได้เคยช่วยเหลือในเรื่องเงินทองให้กับครอบครัวมาโดยตลอด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อนายปัญญาวิทย์ ว่าไม่ได้รับจ้างมาจากนายทุนจึงควบคุมตัวไว้สอบสวนขยายผลต่อไปส่วนนายพลซึ่งหลบหนีไปเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับเพื่อนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


