
มท.1ลั่น รู้ตัวคนหนุนหลังม็อบยางแล้ว
จารุพงศ์ สั่งคุมเข้มสถานที่ราชการ-ผู้ว่านครศรีฯหวั่นโดนม็อบจับเป็นตัวประกัน เผย วิสาร ถก สส.ปชป. ในนามส่วนตัว นายกฯไม่ได้สั่ง
จารุพงศ์ สั่งคุมเข้มสถานที่ราชการ-ผู้ว่านครศรีฯหวั่นโดนม็อบจับเป็นตัวประกัน เผย วิสาร ถก สส.ปชป. ในนามส่วนตัว นายกฯไม่ได้สั่ง
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของชาวสวนยางที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ทางผู้ว่าฯได้รายงานความคืบหน้าการชุมนุมแล้ว ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการปิดถนน เผารถจำนวน 9 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 76 นาย สาหัส 1 คัน ก็ต้องมีการวางแผนให้เกิดความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องเผื่อไปยังสถานที่ราชการและการจับตัวผู้ว่าฯ เป็นตัวประกัน เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้เพราะขนาดที่ผู้ชุมนุมกล้าเผารถในแนวตั้งรับของตำรวจถึง 9 คัน ก็อาจจะวกกลับไปสถานที่ราชการได้ก็ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชให้เวลาการใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอีก 12 ชั่วโมง รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ใช้ความเด็ดขาดในการแก้ปัญหาแล้วเกิดความแตกหักเสียหายก็จะไม่คุ้ม ดังนั้นฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐก็จะดำเนินการโดยนุ่มนวลและดีมากที่สุด
“วันนี้การแก้ปัญหาเร็วที่สุดต้องดูว่าใครหนุนหลังกลุ่มผู้ชุมนุมในขณะนี้ สายป่านมาจากไหนเราต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงให้ได้ กระทรวงมหาดไทยรู้แล้วว่าเป็นใครก็กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ วันนี้รัฐบาลรู้หมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไรและใครหนุนหลัง และขอบอกเลยว่าขอให้หยุดซะ ถ้าไม่หยุดเราจะเข้าไปตรวจให้มันรู้แล้วรู้รอดไป ไม่มีควมจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องมาดำเนินการเยาวชนที่ปิดถนนอยู่”นายจารุพงศ์กล่าว
ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยทราบจากการข่าวเรื่องที่มีการนำเอาใบกระท่อมต้มน้ำไปให้กลุ่มเยาวชนในพ้นที่ชุมนุมเสพเพื่อให้เกิดความฮึกเหิม และอยากขอร้องว่าอย่าเอาใบกระท่อมไปแจกจ่ายตามโรงเรียนเพื่อมอมเมาเยาวชน และตนได้กำชับนายอำเภอให้ลงพื้นทีไปตรวจสอบตามโรงเรียนต่างแล้วว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
นายจารุพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รมช.มหาดไทย ที่จะลงไปพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นายวิสารเป็น ส.ส.มา 5 สมัยรู้จักมักคุ้นกับ ส.ส.ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ นายวิสารบอกว่าจะใช้ความสัมพันธ์ ส่วนตัวเข้าไปพูดคุย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไปในนาม รมช.มหาดไทย ซึ่งมีชฎาสวมอยู่ก็คงไม่สำเร็จ เพราะมีค่ายมีพรรคสังกัดอยู่ ดังนั้นการที่นายวิสารถอดชฎาทั้งหมดก่อนที่จะไปหารือกับพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะเพื่อน จับเข่าคุยกันก็จะฟังว่าดูว่าทางพรรคประชาธิปัตย์จะว่าอย่างไร ยืนยันว่านายวิสารไปหารือในนามส่วนตัว นายกรัฐมนตรีไม่ได้มอบหมาย
รมว.มหาดไทย กล่าวยอมรับว่า ถึงวันนี้ก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดการชุมนุมของกลุ่มต่างๆเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลงไปช่วยเหลือ แต่รัฐบาลไม่ได้ถือว่าเป็นม็อบ เพราะถือว่าเมื่อประชาชนมีปัญหาราคาพืชผลตกต่ำก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นหรือมาบอกกับรัฐบาลซึ่งก็พร้อมรับฟังและแก้ไขให้ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาเรื่องราคาข้าวโพด ปัญหาชาวนาภาคกลางที่เพาะปลูกล่าช้ากว่าภาคอื่น ก็มีการพูดคุยกันอยู่ เชื่อว่าทั้งหมดจะสามารถพูดคุยกันได้ รัฐบาลไม่ถือวว่าเป็นความไม่สงบ แต่ถ้าถึงขั้นที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการหนุนหลัง เป็นเกมการเมือง หรือเป็นเรื่องของผลประโยชน์ เช่น มีพ่อค้าตุนยางพาราไว้จำนวนมากยากได้ราคาที่สูงขึ้น ได้กำไรเพิ่มอีกเป็นพันล้าน อย่างนี้รัฐบาลยอมไม่ได้
เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่นครศรีธรรมราชให้ความร่วมมือกับรัฐบาลหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชรายงานว่าเช้าวันเดียวกันนี้ (18 ก.ย.) ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เพิ่มโทรศัพท์มาบอกว่ามีความห่วงใยสถานการณ์จะช่วยเข้าไปเคลียร์ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ขัดข้อง ใครที่เสนอตัวเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรายินดี แต่ถ้าเสนอว่าต้องทะเลาะหันต่อเราก็คงไม่ฟัง “ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช รายงานว่าส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งตนและผวจ.นครศรีธรรมราชก็หวังว่าน่าจะดีขึ้น ส่วนจะใช้เวลากี่วันในการทำให้กลุ่มดังกล่าวยุติการชุมนุมนั้น คงตอบไม่ได้ ต้องไปถามคนทำ”
เมื่อถามต่อว่าถ้ารัฐบาลสันนิษฐานว่าพรรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ทำไมไม่ไปคุยกับพรรคดังกล่าว นายจารุพงศ์ กล่าวว่า เรารู้ว่าเป็นใครอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นพรรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตาม เราก็พยายามพูดคุยกับคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าคุยกันถึงอะไร อย่างไร
รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าจะสามารถเห็นความชัดเจนได้ในวันนี้(18 ก.ย.) ถ้าเราดูเจตนาของเกษตรกรที่มาชุมนุม ก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่ยอมรับและมีความพอใจต่อการดำเนินการของรัฐบาลในการทำให้ยางพารามีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 90 บาท ทั้งนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ทุกคนมีความพอใจหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ความไม่พอใจของคนส่วนน้อยไปสร้างความรุนแรง ก็ถือว่าไม่เหมาะสม เราจึงต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างไรก็ตาม ในบริเวณการชุมนุมนี้ก็มีทั้งเกษตรกรในพื้นที่เข้ามาดูบ้าง และมีคนที่เป็นไทยมุงอยู่ด้วย เป็นธรรมดา







