
ชัยชนะของอัสซาด
เจฟฟรีย์ โกลด์เบิร์ก คอลัมนิสต์ของเว็บไซต์บลูมเบิร์ก วิจารณ์กรณีสหรัฐยอมตกลงให้ซีเรียส่งมอบอาวุธเคมีแทนการใช้กำลังทหารแทรกแซงการเมืองภายใน ว่า ถือเป็นชัยชนะของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย ซึ่งสามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ โดยให้เหตุผล 2 ประการ
เจฟฟรีย์ โกลด์เบิร์ก คอลัมนิสต์ของเว็บไซต์บลูมเบิร์ก วิจารณ์กรณีสหรัฐยอมตกลงให้ซีเรียส่งมอบอาวุธเคมีแทนการใช้กำลังทหารแทรกแซงการเมืองภายใน ว่า ถือเป็นชัยชนะของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย ซึ่งสามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ โดยให้เหตุผล 2 ประการ
ประการแรก การที่สหรัฐใช้ข้ออ้างว่าการปลดอาวุธเคมีจะช่วยไม่ให้เกิดเหตุสังหารหมู่อย่างที่ผ่านมาเป็นเรื่องไม่จริง เพราะ 98% ของเหยื่อผู้เสียชีวิตในซีเรียมิได้เสียชีวิตจากอาวุธสังหารนี้ แสดงให้เห็นว่าทางการซีเรียสามารถสังหารหมู่ประชาชนได้โดยไม่ต้องพึ่งอาวุธเคมี และการตัดสินใจครั้งนี้ของสหรัฐจะกลายเป็นบรรทัดฐานว่าหากซีเรียไม่ใช้อาวุธเคมีก็สามารถโจมตีกลุ่มกบฏและชาวบ้านได้อย่างไม่ต้องกลัวโทษ
ประการที่สอง กระบวนการปลดอาวุธซีเรียเป็นแผนการระยะยาวถึงปีหน้า ซึ่งทำให้ อัสซาด ได้ครองอำนาจต่อไป เนื่องจากสหรัฐไม่รู้ที่ซ่อนของอาวุธเคมี
การตัดสินใจใช้ไม้นวมของสหรัฐในครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เนื่องจากการกันไม่ให้สหรัฐบุกรุกซีเรีย ทำให้รัสเซียผงาดขึ้นในฐานะคนกลางสันติภาพ ซึ่งพยายามจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตะวันออกกลาง
โกลด์เบิร์ก ปิดท้ายด้วยการวิจารณ์ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ว่า การถอยของสหรัฐทำให้ชาติพันธมิตรในแถบตะวันออกกลางหมดความเชื่อถือและอาจทบทวนนโยบายทางการทูตที่มีต่อสหรัฐ นอกจากนี้แผนปลดอาวุธที่นานาชาติรับรองอาจไม่ได้ผลตามที่วางแผน เพราะ อัสซาด อาจยืดเวลาดำเนินแผนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อรั้งตำแหน่งประธานาธิบดีของตัวเองไว้







