posttoday
รัฐอย่าเติมเชื้อไฟ

รัฐอย่าเติมเชื้อไฟ

18 กันยายน 2556

รัฐบาลกำลังสุมไฟให้สถานการณ์ชุมนุมของเกษตรกรสวนยางพาราที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช คุโชนขึ้น ใช่เพียงแค่ตำรวจในฐานะฝ่ายปฏิบัติที่ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จนทำให้เหตุการณ์ยืดเยื้อบานปลาย แม้ว่าจะมีประสบการณ์จากการปะทะกันกับผู้ชุมนุมมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การปิดถนนและเส้นทางรถไฟร่วม 2 สัปดาห์ ครั้งนี้ตำรวจก็ไม่ทบทวนบทเรียน แต่กลับใช้กำลังเข้าจัดการเช่นเดิม

รัฐบาลกำลังสุมไฟให้สถานการณ์ชุมนุมของเกษตรกรสวนยางพาราที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช คุโชนขึ้น ใช่เพียงแค่ตำรวจในฐานะฝ่ายปฏิบัติที่ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จนทำให้เหตุการณ์ยืดเยื้อบานปลาย แม้ว่าจะมีประสบการณ์จากการปะทะกันกับผู้ชุมนุมมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การปิดถนนและเส้นทางรถไฟร่วม 2 สัปดาห์ ครั้งนี้ตำรวจก็ไม่ทบทวนบทเรียน แต่กลับใช้กำลังเข้าจัดการเช่นเดิม

รัฐบาลในฐานะผู้กำหนดนโยบาย ไม่เพียงไม่แก้ปัญหา แต่กลับเบี่ยงเบนประเด็นความเดือดร้อนของเกษตรกรไปเป็นประเด็นทางการเมือง รัฐมนตรีและนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลหลายคนกล่าวหาว่าการชุมนุมนี้มีการเมืองอยู่เบื้องหลังเพื่อขยายความรุนแรงให้กลายเป็นปัญหาการเมือง

รัฐบาลกำลังทำผิดพลาดที่เพิกเฉยต่อกลุ่มผู้ชุมนุม โดยประกาศจะไม่เจรจาหารือใดๆ อีก แต่กลับแสดงท่าทีจะจัดการตามกฎหมาย ซึ่งเท่ากับยิ่งกระพืออารมณ์อันร้อนแรงของผู้ชุมนุมให้โชนแรงขึ้นอีก

รัฐบาลอาจเชื่อมั่นความสำเร็จในเกมเจรจากับแกนนำเครือข่ายยางพาราในช่วงสัปดาห์ก่อน ที่ทำให้ม็อบสวนยางที่ก่อตัวขึ้นทั่วประเทศยุติลงไปได้ แต่รัฐบาลกำลังกลบเกลื่อนท่าทีของแกนนำและกลุ่มเกษตรกรที่จำใจยอมรับการเจรจา

รัฐต้องทบทวนและสำนึกว่า หากกลไกรัฐสามารถแก้ปัญหาได้ การชุมนุมปิดถนนก็คงไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ควรทำคือแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ เริ่มจากการเจรจาพูดคุยร่วมกันแสวงหาทางออก ขณะเดียวกันก็หาทางลดผลกระทบจากการปิดเส้นทางคมนาคม โดยจัดเส้นทางสำรองและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน

มิใช่แต่รัฐเท่านั้น ฝ่ายผู้ชุมนุมเองก็ควรควบคุมให้การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ ไม่มีการก่อความวุ่นวาย ทำลายทรัพย์สินสาธารณะ บทเรียนจากความผิดพลาดในการจัดการชุมนุมที่ขาดแกนนำชัดเจน ไม่สามารถควบคุมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยจนเกิดความวุ่นวาย คือสิ่งที่ต้องยอมรับและหาทางแก้ไขเช่นกัน

การมุ่งแต่จะเรียกร้อง โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมอื่นๆ รังแต่จะลดทอนความชอบธรรม ยิ่งปิดกั้นสื่อที่ทำหน้าที่หาความจริง ก็ยิ่งทำให้น้ำหนักความชอบธรรมของผู้ที่เดือดร้อนลดหายไปเรื่อยๆ

ตำรวจอาจใช้ประเด็นการรักษาความสงบ เป็นจุดเชื่อมเพื่อหาทางพูดคุยเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างน้อยก็ควรร่วมกันทำข้อตกลง หรือแบ่งพื้นที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาความสงบ ซึ่งอาจพัฒนาเป็นโอกาสในการพูดคุยเจรจาในประเด็นอื่นๆ กันต่อไป ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยดีและไม่มีความรุนแรง

ทุกฝ่ายจึงควรตั้งสติ ยึดหลักสิทธิเสรีภาพและความสงบเรียบร้อย จึงจะไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง