posttoday
ทุกข์ของเกษตรกร

ทุกข์ของเกษตรกร

27 เมษายน 2553

....สมชาย สกุลสุรรัตน์

มีข่าวว่าภายในสัปดาห์นี้ ชาวนาหลายจังหวัดจะรวมตัวกันเดินทางเข้ามาประท้วงในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการที่ขายข้าวไม่ได้ราคา เนื่องจากราคาข้าวในตลาดตกต่ำ

สาเหตุคือชาวนามีความรู้สึกว่า โครงการประกันรายได้ของรัฐบาลนั้น ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป เพราะได้รับชดเชยรายได้น้อยกว่า ส่วนต่างที่ขายข้าวได้จริง กับตัวเลขการประกันรายได้ของชาวนาที่รัฐบาลประกาศ

ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่ง สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่ได้ติดตามเรื่องการประกันรายได้ของเกษตรกรมาตั้งแต่ต้น

ในอดีตก่อนที่จะมีการประกาศใช้โครงการประกันรายได้ของเกษตรกรของรัฐบาลปัจจุบัน เมื่อใดที่ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำรัฐก็จะเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อทำให้ราคาพืชผลเกษตรสูงขึ้น

มาตรการที่นำไปใช้มีตั้งแต่การซื้อผลผลิตไปทำลายซึ่งบางครั้งเกษตรกรเองก็ใช้มาตรการที่ว่า เช่น การนำลูกไก่ไปทิ้งทะเล หรือประท้วงย่อยๆ โดยนำสับปะรดไปกองทิ้งกลางถนนหรือเทนมสดทิ้ง

แต่ที่นิยมใช้กันเป็นกิจจะลักษณะคือการที่รัฐใช้เงินเข้าไปรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรจำนวนหนึ่ง เพื่อลดปริมาณสินค้าในตลาดหรือลดซัพพลายของผลผลิตในตลาด เพื่อทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรที่มีมากเกินไปเพิ่มขึ้นตามดีมานด์และซัพพลาย ทั้งนี้เพราะรัฐจะนำสินค้าที่รับจำนำไว้ไปเก็บในคลังสินค้าจนกว่าราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้น แล้วจึงจะระบายสินค้าออกไปขาย หรือถ้าราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นกว่าราคาจำนำ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการดำเนินมาตรการจำนำ หรือเพราะหมดฤดูกาลที่พืชผลให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาด เกษตรกรก็จะไถ่ถอนสินค้าที่จำนำไว้ออกไปจำหน่าย

อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังการจำนำสินค้ากลายเป็นที่มาแห่งปัญหาการทุจริตสารพัดตั้งแต่การลักลอบนำสินค้าที่จำนำไว้ออกไปขาย การเร่งระบายสินค้าออกไปขายในระบบโควตาเพื่อแลกกับผลประโยชน์โดยรัฐเป็นผู้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารับจำนำสินค้าไว้ในราคาสูงๆ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

เพราะฉะนั้น จึงมีการนำข้อเสนอทางวิชาการให้นำระบบอื่นเข้ามาใช้แทนระบบการจำนำ ซึ่งล่าสุดได้แก่การประกันรายได้ของเกษตรกร

ถามว่า การนำระบบประกันรายได้เข้ามาใช้แทนระบบการจำนำนั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตทั้งหลายทั้งปวงที่มากับการจำนำพืชผลเกษตรได้หรือไม่

คำตอบคือ ถ้าระบบการค้ำประกันรายได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเต็มรูปแบบ ย่อมขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับจำนำได้

เหตุผลคือ การประกันรายได้นั้น เป็นการปล่อยให้กลไกตลาดทำงานในระบบตลาดเสรี และรัฐเข้าไปรับความเสี่ยงด้านราคาพืชผลเกษตรในกรณีที่ราคาตกต่ำแทนเกษตรกร

กล่าวคือ ถ้าราคาพืชผล เช่น ข้าว ในตลาดตกลงต่ำกว่าต้นทุนของเกษตรกร บวกด้วยรายได้ส่วนเพิ่มที่ทำให้เกษตรกรดำรงชีวิตอยู่ได้ รัฐก็จะชดเชยรายได้ส่วนนี้ให้ โดยคำนวณจากส่วนต่างของรายได้ที่น่าจะคุ้มทุนของเกษตรกร กับราคาที่เกษตรกรขายผลผลิตได้จริง

ตัวอย่างเช่น ถ้าต้นทุนในการทำนาต่อเกวียนเท่ากับประมาณ 7,500 บาท บวกกับกำไรต่อเกวียนซึ่งทำให้เกษตรกรพอเลี้ยงชีวิตและดูแลครอบครัวได้อีกประมาณ 20% ของต้นทุน คือประมาณ 1,500 บาทต่อเกวียน รัฐบาลก็อาจประกันรายได้ขั้นต่ำของเกษตรกรไว้ที่ประมาณ 9,000 บาทต่อเกวียน ถ้าชาวนาขายข้าวได้ราคา 7,000 บาทต่อเกวียน รัฐบาลก็จะจ่ายเงินชดเชยการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรเกวียนละ 2,000 บาท ทำให้ทุกฝ่ายแฮปปี้กันทั่วหน้า

นอกจากนั้น เนื่องจากการซื้อขายเป็นไปอย่างเสรีตามระบบตลาด กล่าวคือชาวนาขายข้าวให้โรงสีและผู้ส่งออกโรงสีขายข้าวให้ผู้บริโภคผ่านช่องทางการจำหน่ายสินค้าปกติ รัฐบาลจึงไม่จำเป็นต้องถือสต๊อกสินค้าไว้ในโกดัง ทำให้สามารถขจัดปัญหาการลักลอบนำข้าวที่รับจำนำไว้ออกไปจำหน่าย แล้วหาอิฐหินปูนทรายมากองไว้แล้วเอาข้าวเปลือกกองทับที่เรียกว่าสต๊อกลม หรือการขายโควตาให้กับผู้ส่งออกบางรายโดยอ้างว่าจะต้องรีบระบายข้าวที่ถือไว้เพราะจะต้องรับจำนำข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ ถ้าไม่รีบระบายออกไปก็จะไม่มีโกดังเก็บข้าว จึงต้องขายข้าวออกไปในราคาพิเศษ คือ ถูกเป็นพิเศษ แล้วผู้ที่ซื้อโควตาได้อย่างไม่เป็นทางการ ก็จะส่งข้าวไปขายในราคาพิเศษอีกเหมือนกัน ทำให้ผู้ส่งออกที่ค้าขายตรงไปตรงมาไม่สามารถขายข้าวแข่งขันได้ เพราะต้นทุนสูงกว่า เป็นการทำลายกลไกตลาดที่มีผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศในระยะยาวอย่างรุนแรง

แต่อย่างที่เขียนไว้ครับว่า ระบบการประกันรายได้ของเกษตรกรนั้นจะเกิดผลอย่างแท้จริงได้ ระบบการตลาดและการกำหนดราคานั้นจะต้องเป็นระบบการค้าเสรีจริงๆ ไม่มีใครสามารถสร้างราคา หรือ Manipula ตลาดได้ มิฉะนั้นก็จะมีการกดราคาสินค้ากันขนานใหญ่ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามีรัฐเป็นผู้รับความเสียหายแทนเกษตรกร ไม่ต้องกลัวว่าเกษตรกรจะเดินทางเข้ามาร้องเรียนต่อทางราชการเหมือนในอดีตว่าถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ถ้าจะร้องเรียนคือ เข้ามาประท้วงรัฐบาลเสียเองว่า ชดเชยความเสียหายให้น้อยกว่าที่สัญญาไว้ เป็นนัยว่าตัวกลางทั้งหลายถ้ามีผู้สามารถปั่นตลาดได้ไม่ต้องเดือดร้อน ถูกตรวจสอบพฤติกรรมการปั่นตลาดจากทางราชการเหมือนในอดีต

นอกจากนั้น รัฐจะต้องพร้อมที่จะใช้มาตรการทุกชนิดทุกประเภทที่มีเข้าไปแทรกแซงตลาดเมื่อจำเป็น ทั้งนี้เพื่อลดความเสียหายของตนเองที่จะต้องจ่ายชดเชยให้เกษตรกรในกรณีที่ราคาพืชผลตกต่ำ เพราะระบบประกันรายได้นั้นไม่ใช่ระบบการพยุงราคาโดยลดซัพพลายสินค้าลงแต่เป็นระบบที่รัฐเข้าไปรับความเสียหายแทนเกษตรกรในกรณีที่ราคาพืชผลตกต่ำถ้ารัฐไม่ใช้มาตรการต่างๆ เพื่อพยุงราคาหรือใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ก็จะต้องพร้อมที่จะรับความเสียหายโดยไม่จำกัด เพราะไม่มีใครทราบว่าราคาพืชผลในระบบตลาดเสรีจะไปในทิศทางใดเมื่อใด และยิ่งถ้ามีการปั่นราคา ปั่นตลาดได้ ความเสียหายนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ที่สำคัญคือ การดำเนินมาตรการนี้จะประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ คือให้เกษตรกรมีรายได้คุ้มทุนและดำรงชีพอยู่ได้นั้น จะต้องมีมาตรการที่ทำให้ชาวนาได้รับชดเชยเท่ากับส่วนต่างที่ขายพืชผลเกษตรได้จริงกับราคาเพื่อประกันรายได้ มิฉะนั้นเกษตรกรจะเกิดความรู้สึกว่าตนเองถูกรัฐหลอกลวงไม่ได้ประกันรายได้ให้จริง ซึ่งดูเหมือนรัฐก็พยายามทำอยู่แต่จะได้ผลแค่ไหนคงต้องดูกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท