
พรบ.ปภ.คุมม็อบยาง
เหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมชาวสวนยางกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จนเกิดสถานการณ์บานปลายรุนแรงถึงขั้นมีการเผาป้อมและรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับความเสียหาย จำนวน 8 คัน รวมทั้งมีชาวบ้านบาดเจ็บ 1 คน และตำรวจ 119 นาย
เหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมชาวสวนยางกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จนเกิดสถานการณ์บานปลายรุนแรงถึงขั้นมีการเผาป้อมและรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับความเสียหาย จำนวน 8 คัน รวมทั้งมีชาวบ้านบาดเจ็บ 1 คน และตำรวจ 119 นาย
ทำให้รัฐบาลต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาควบคุมความสงบเรียบร้อย ซึ่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะมีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ กปภ.ช. ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ รมว.มหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 5 คน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผังเมืองและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกรรมการ
อย่างไรก็ดี พ.ร.บ.ดังกล่าว ตามมาตรา 15 ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตจังหวัด และมาตรา 27 ในการบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการและเจ้าพนักงานซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ 1.จัดให้มีสถานที่ชั่วคราวเพื่อให้ผู้ประสบภัยอยู่อาศัยหรือรับการปฐมพยาบาล และการรักษาทรัพย์สินของผู้ประสบภัย
2.จัดระเบียบการจราจรชั่วคราวในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยและพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3.ปิดกั้นมิให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยและพื้นที่ใกล้เคียง 4.จัดให้มีการรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุโจรผู้ร้าย 5.ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและช่วยขนย้ายทรัพย์สินในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยและพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินร้องขอ
สำหรับ พ.ร.บ.ดังกล่าว เคยมีการนำมาใช้ครั้งหนึ่งในช่วงเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 31 ในกรณีเกิดภัยพิบัติรุนแรง นายกฯ มีอำนาจเต็มในการสั่งการข้าราชการทุกหมู่เหล่า (รวมถึงทหารและ กทม.ด้วย) แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างบูรณาการ







