
คมนาคมสรุปแนวรถไฟรางคู่คาดเริ่ม2554
โพสต์ทูเดย์
— คมนาคม สรุปแนวรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 2 เส้นทาง สายเหนืออีสาน เน้นเลี่ยงโบราณสถานเวนคืนที่ดินชาวบ้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้สรุปแนวเส้นทางรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1.รถไฟทางคู่สายเหนือ เส้นทางลพบุรีนครสวรรค์ ระยะทาง 118 กิโลเมตร 2.รถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบานครราชสีมา ระยะทาง 130 กิโลเมตร โดยพื้นที่ในการก่อสร้างจะเลี่ยงผลกระทบพื้นที่โบราณสถานและการเวนคืนที่ดินต่อประชาชน คาดประกวดราคาปี 2554 นี้
ทั้งนี้ เส้นทางลพบุรีนครสวรรค์ ได้ศึกษาเปรียบเทียบใน 2 เส้นทางหลัก คือ แนวเส้นทางเลี่ยงเมืองลพบุรี และแนวเส้นทางรถไฟเดิม สรุปว่าแนวเส้นทางเลี่ยงเมืองมี ความเหมาะสมที่สุด โดยแนวเส้นทางจะเบี่ยงซ้ายห่างจากถนนเลี่ยงเมืองลพบุรีประมาณ 2 กม. ตัดผ่านถนนทางหลวงหมายเลข 3196 และ311 (ลพบุรีสิงห์บุรี) ที่อำเภอท่าวุ้ง และจะไปบรรจบที่สถานีรถไฟท่าแคตามแนวเส้นทางรถไฟเดิม
แนวเส้นทางดังกล่าวมีข้อดี คือ เลี่ยงผลกระทบที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณสถานที่มีคุณค่า โดยหากเลือกแนวเส้นทางรถไฟเดิมจะต้องผ่านตัวเมืองลพบุรี ผ่านพระปรางค์สามยอด และวัดอื่นๆรวม 6 แห่ง ขณะเดียวกันแนวเส้นทางเลี่ยงเมืองยังสามารถพัฒนาเมืองใหม่และง่ายต่อการบำรุงรักษาและการก่อสร้าง แต่มีข้อเสียที่ต้องเวนคืนที่ดินพื้นที่ประมาณ 722 ไร่ บ้านเรือนประมาณ 30 หลังคาเรือน
สำหรับเส้นทางรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบานครราชสีมา ได้ศึกษาเปรียบเทียบใน 2 เส้นทางหลัก คือ แนวเส้นทางรถไฟเดิม และเส้นถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ สายบางปะอินนครราชสีมา สรุปว่าเส้นเดิมเหมาะซึ่งมีข้อดี คือ ไม่ต้องเวนคืนที่ดิน แต่มีข้อด้อยที่ผ่านพื้นที่อ่อนไหว ทั้งพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ 1บี และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แต่สามารถกำหนดมาตรการส่งเสริมการปลูกป่าทดแทนได้ รวมทั้งพื้นที่บางจุดต้องมีการปรับระดับ ทำทางยกระดับหรืออุโมงค์ด้วย
ทั้งนี้ หากใช้แนวเส้นทางตามถนนมอเตอร์เวย์สายบางปะอินนครราชสีมา จะมีข้อด้อย คือ ต้องเวนคืนที่ดินตลอดแนวที่เลี่ยงออกจากเส้นทางเดิม และปัจจุบันประชาชนคงคัดค้านโครงการมอเตอร์เวย์ เพราะไม่เห็นด้วยกับการเวนคืนที่ดิน แต่มีข้อดี คือ เลี่ยงผ่านพื้นที่อ่อนไหวทั้งพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ 1บี และพื้นที่ผ่าอนุรักษ์ และจากการสำรวจความคิดเห็นของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ พบว่า เห็นด้วยกับแนวเส้นทางรถไฟเดิม 49% ขณะที่ 51% เห็นด้วยกับแนวเส้นทางตามถนนมอเตอร์เวย์
สำหรับงบประมาณที่ดำเนินการตามแนวเส้นทางรถไฟเดิมอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบประมาณตามแนวเส้นทางถนนมอเตอร์เวย์อยู่ที่ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะได้ออกแบบรายละเอียด และคาดว่าจะสามารถเปิดประกวดราคาได้ในปี 2554







