
ต่ออายุสั่งห้ามเข้าพื้นที่ม็อบยางชุมนุมอีก24ชม.
ผู้ว่าประกาศต่ออายุคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ม็อบยางปิดแยกควนหนองหงษ์24ชม. พร้อมให้เฝ้าระวังสถานที่ราชการ-สนามบิน ม็อบนำต้นไม้ขวางถนนป้องกันจนท.สลาย
ผู้ว่าประกาศต่ออายุคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ม็อบยางปิดแยกควนหนองหงษ์24ชม. พร้อมให้เฝ้าระวังสถานที่ราชการ-สนามบิน ม็อบนำต้นไม้ขวางถนนป้องกันจนท.สลาย
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เรียกประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการชุมนุมประท้วงราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ ที่ศาลากลางจังหวัด พร้อมมีคำสั่งให้ขยายเวลาการห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ ซึ่งมีการชุมนุมของชาวสวนยางพารา ต่อไปอีก 24 ชม. ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550
ก่อนหน้านี้ นายวิโรจน์ ได่ออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ได้อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ชุมนุม เข้าไปดำเนินกิจการใดๆ ในพื้นที่บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 16 ก.ย.56 ถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 17 ก.ย.ก่อนจะมีคำสั่งให้ต่ออายุคำสั่งดังกล่าวออกไปอีก 24 ชั่วโมง
นายวิโรจน์ กล่าวว่า การขยายเวลาห้ามเข้าพื้นที่ชุมนุมออกไปอีก 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันคนที่ไม่รู้และไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม เป็นการป้องกันอันตราย และอยากขอความร่วมมือไปยังทุกฝ่าย รวมถึงสื่อมวลชน ขอให้เป็นคนกลางในการบอกกล่าวกับผู้ชุมนุมให้ชุมนุมอยู่ในกรอบกติกา และขอให้ลดเงื่อนไขข้อเรียกร้อง อย่าผูกเงื่อนจนไม่สามารถแกะออกได้
ทั้งนี้ข้อเรียกร้องเรื่องการแทรกแซงราคายางพารานั้น ยืนยันว่าทำไม่ได้แน่ โดยเฉพาะที่ขอราคายาง กก.ละ 120 บาท เพราะจะไปสร้างประโยชน์ให้กับนายทุน ไม่ใช่เกษตรกร และยังกระทบกับกลไกตลาดโลก
นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานที่ราชการทุกแห่ง โดยเฉพาะที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน หรือศาลากลางจังหวัด เพราะเกรงจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างความวุ่นวาย
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ ชุมนุมปิดถนนเอเชียบริเวณแยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3นั้นได้มีการนำต้นไม้มาขวางถนนเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังห่างจากพื้นที่ชุมนุมราว 1 กิโลเมตร พร้อมกับมีการตั้งด่านตรวจอาวุธรอบ ๆ พื้นที่ และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณแยกควนหนองหงส์ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ส่วนกรณีภาพชายชุดดำสวมหมวกกันน็อกใช้ไม้ทุบรถตำรวจนั้น ด้าน พ.ต.อ.สุทัศน์ ยืนยันว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นอน แต่หมวกที่ชายชุดดำสวมใส่นั้น เป็นของตำรวจควบคุมฝูงชน ซึ่งหายไปตอนเกิดเหตุปะทะกัน ทั้งนี้คาดว่าน่าจะมีผู้นำไปสวมใส่และก่อเหตุ
ด้าน พ.อ.ชาญวิทย์ ปิ่นมณี รอง ผอ.รมน.นครศรีธรรมราช (รองผวจ.ฝ่ายทหาร) กล่าวในที่ประชุมว่า ขณะนี้พล.ต.ชาญประดิษฐ์ แสงนิล รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีคำสั่งตั้งวอร์รูม พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติทันที ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เร่งถอดโครงสร้างของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อหาช่องทางในการพูดคุย และขณะนี้พบว่ามีผู้ใหญ่บางคนสามารถพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ซึ่งอยู่ในระหว่างการประสานงาน
ตรวจยึดหนังสติ๊กและน้ำส้มฆ่ายางเพียบ
พ.ต.ท.ราชศักดิ์ มณีฉาย หัวหน้าชุด กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและม็อบชาวสวนยางจนทำให้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายเป็นจำนวนมาก โดยเป็นเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 70 นาย และฝ่ายม็อบหลายสิบคน จนเจ้าหน้าที่ต้องถอนกำลังออกนอกพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำสั่งให้ตั้งจุดตรวจสกัดตามพื้นที่ต่างๆเพื่อเฝ้าระวังดุแลความสงบบริเวณโดยรอบพื้นที่ชุมนุม
พ.ต.ท.ราชศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากการตั้งจุดตรวจ สามารถยึดหนังสติ๊ก และน้ำส้มฆ่ายางได้จำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังจับผู้ต้องหาพกเครื่องแบบตำรวจเป็นเสื้อ 2 ตัว ชุดตรวจสะท้อนแสง 6 ตัว ไม้กระบอกไฟฟ้าและไม้ 8 อัน ซึ่งผู้ต้องหาอ้างเป็นตำรวจอาสามาสังเกตการณ์ในที่ชุมนุม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงได้จัดกำลังในการดูแลอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สัญจรไปมา ขณะที่ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ชุมนุมบริเวณควนหนองหงส์ขณะนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 200คน และเริ่มทยอยเข้าในพื้นที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง
ผบ.ตร.ลงนครฯคุมม็อบยาง-เร่งนำอาวุธคืน
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวอีกว่า ได้ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมชาวสวนยางพารา บริเวณแยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด เนื่องจากล่าสุดขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งต้องเดินทางลงไปตรวจสอบอีกครั้ง แต่เชื่อว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่พยายามไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นในพื้นที่
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ดำเนินการรวบรวมหลักฐาน เพื่อออกหมายจับแกนนำและผู้กระทำความผิดเพิ่ม หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการออกหมายจับไปแล้วทั้งหมด 19 หมาย ซึ่งสามารถติดตามจับกุมได้แล้วบางส่วน พร้อมสั่งการให้ติดตามอาวุธ ซึ่งมีข้อมูลว่า ถูกขโมยไปกลับคืนมาด้วย
นอกจากนี้ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีมีภาพปรากฏผู้ที่แต่งกายคล้ายตำรวจชุดปราบจลาจล ใช้ไม้ยืนทุบกระจกรถควบคุมผู้ต้องหา โดยเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุม หรือกลุ่มที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง
ขอบคุณภาพประกอบจาก BLUESKY Channel







