
สศช.ยันส่งออก-กำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวปลายปี
สศช.คาดในช่วง 4 เดือนที่เหลือกำลังซื้อในประเทศฟื้น รายได้การส่งออกเพิ่มขึ้น นายกฯ แจงไทยเสี่ยง
สศช.คาดในช่วง 4 เดือนที่เหลือกำลังซื้อในประเทศฟื้น รายได้การส่งออกเพิ่มขึ้น นายกฯ แจงไทยเสี่ยง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วง 45 เดือน หลังจากนี้ไปจะปรับตัวดีขึ้น เพราะได้รับอานิสงส์จากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวจากคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่มีเพิ่มขึ้น และเมื่อการส่งออกดีขึ้นจะทำให้รายได้ของแรงงานในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นด้วย
“การส่งออกที่ดีขึ้น จะเป็นกำลังซื้อในประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ตัวเลขเศรษฐกิจจะดีขึ้นเท่าไหร่ยังบอกไม่ได้ ขอดูตัวเลขไตรมาส 3 ก่อน” นายอาคม กล่าว
นายอาคม มองว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุก่อสร้างจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากปีที่แล้วมีการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกลดลง เพราะมีความต้องการซื้อในประเทศ
นายอาคม ยอมรับว่า ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อาจจะมีการส่งออกได้ไม่มาก เนื่องจากกำลังซื้อในตลาดโลกลดลง และการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีไปสู่การผลิตที่มีขนาดเล็กและพกพาได้ง่าย ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับเปลี่ยนสายการผลิต
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้น การส่งออกไทยจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ไทยต้องเตรียมความพร้อมภาครัฐในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยมี 10 ประเด็นที่จะต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ 1.การจัดโซนนิงประเทศ และพัฒนาเมืองอย่างมีศักยภาพ 2.ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต และรักษาฐานอุตสาหกรรมเดิม
3.ส่งเสริมเอสเอ็มอีและสินค้าโอท็อป 4.จัดทำซอฟแวร์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคบริการของไทย 5.พัฒนาด่านชายแดน 6.พัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงประตูการค้า 7.ส่งเสริมการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน 8.พัฒนากฎหมายเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการค้าและการลงทุน 9.พัฒนาการศึกษา และ 10.ปรับโครงสร้างระบบราชการ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า การจัดโซนนิงประเทศแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ การจัดโซนนิงภาคเกษตร อาทิ การเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไปปลูกอ้อย จัดโซนนิงภาคการผลิต โดยย้ายแหล่งผลิตสินค้าไปอยู่ใกล้เส้นทางคมนาคมขนส่งตามแผนลงทุน 2 ล้านล้านบาท







