
สะพานข้าม "สาละวิน" เส้นทางการค้าที่นังน่าวิตก
ผู้ประสานงานโครงการเสริมสร้างระบบสื่อสารสุขภาวะชุมชน ลุ่มน้ำสาละวิน
โดย...พงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ
ผู้ประสานงานโครงการเสริมสร้างระบบสื่อสารสุขภาวะชุมชน ลุ่มน้ำสาละวิน
การผ่อนปรนทางการเมืองในพม่า โดยรัฐบาลพลเรือนของประธานาธิบดีเต็งเส่ง เอื้อให้ทุนต่างชาติที่จับจ้องพม่าในฐานะตลาดและแหล่งวัตถุดิบแห่งใหม่ ขยับเข้าไปลงทุนในพม่ากันเนืองแน่น แต่อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งของการลงทุนในพม่า คือ ระบบการคมนาคมขนส่ง
สำหรับประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ลงทุนอันดับต้นๆ ในพม่า แม้จะมีพรมแดนติดพม่ายาวร่วม 2,000 กิโลเมตร ซึ่งน่าจะเป็นช่องทางการรุกเข้าลงทุนได้ แต่ก็ต้องประสบปัญหาสำคัญนั่นคือเส้นทางคมนาคม
พื้นที่ยุทธศาสตร์การค้าข้ามแดนไทยพม่า ไม่ว่าจะเป็นแม่สาย จ.เชียงราย แม่สอด จ.ตาก ด่านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเกาะสองระนอง ล้วนสามารถข้ามแดนเข้าไปถึงพื้นที่ชั้นในของพม่าด้วยทางบกได้ทั้งสิ้น เพียงแต่เส้นทางต่างๆ เหล่านี้ เชื่อมโยงได้แต่ตอนใต้ของพม่า ยังไม่สามารถรุกคืบเข้าสู่พื้นที่ภาคเหนือและเมืองหลวงเนย์ปิดอว์ การพัฒนาเส้นทางเชื่อมจาก จ.แม่ฮ่องสอน จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ที่น่าจับตา
ที่ผ่านมาแม่ฮ่องสอนได้พัฒนาเศรษฐกิจชายแดนเชื่อมโยงกับพม่า แต่การข้ามแดนที่ยังเป็นจุดผ่อนปรนมีข้อจำกัด จึงเตรียมที่จะผลักดันจุดผ่อนปรนทั้ง 5 แห่งขึ้นเป็นด่านถาวร ประกอบด้วย 1.จุดผ่อนปรนบ้านห้วยผึ้ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เชื่อมโยงกับรัฐฉานได้โดยตรง 2.จุดผ่อนปรนบ้านน้ำเพียงดิน ต.ผาบ่อง อ.เมือง 3.จุดผ่อนปรนบ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง 4.จุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม และ 5.จุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย
การเข้าสู่พื้นที่ชั้นในภาคเหนือของพม่ายังมีอุปสรรคสำคัญ นั่นคือแม่น้ำสาละวินซึ่งทั้งกว้างและลึก โดยยังไม่มีสะพานข้ามแม้แต่แห่งเดียว แต่ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าร่วมกับกลุ่มทุนจากประเทศไทยและจีน ได้เริ่มก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน ในพื้นที่รัฐคะเรนนี ห่างจากชายแดนไทยตรงข้าม อ.แม่สะเรียง ประมาณ 50 กิโลเมตร ขณะนี้เริ่มวางตอม่อ คาดว่าใช้เวลาก่อสร้างอีก 2 ปี จึงแล้วเสร็จ
แม้ฝ่ายต่างๆ ทั้งไทยและพม่า จะยังไม่มีใครพูดถึงโครงการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ แต่คาดว่าจะเชื่อมต่อกับถนนเข้าสู่ประเทศไทยด้านจุดผ่อนปรนห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม เพราะเป็นเส้นทางที่ตรงไปสู่เมืองเนย์ปิดอว์ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร และไปเมืองตองยี เมืองหลวงของรัฐฉาน ประมาณ 300 กิโลเมตร
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือช่องทางบ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง ขณะนี้มีการส่งออกสินค้าผ่านแดนเข้าพม่า โดยรถบรรทุกสินค้าต้องลงเรือแพข้ามฟากแม่น้ำสาละวิน เข้าหมู่บ้านผาซองเมืองท่าสำคัญตั้งแต่ยุคค้าไม้รุ่งเรือง จากนั้นตรงเข้าสู่เมืองลอยก่อ เมืองหลวงของรัฐคะเรนนี พร้อมกันนี้ก็มีการปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่เมืองลอยก่อ ซึ่งจากลอยก่อก็จะสามารถไปยังพื้นที่สำคัญอื่นๆ อาทิ เนย์ปิดอว์ มัณฑะเลย์ รวมทั้งพื้นที่รัฐฉาน
นี่คืออีกหนึ่งการพัฒนาการค้าที่พม่าริเริ่มขึ้น ซึ่งหากมีท่าทีที่ชัดเจนจากประเทศไทย ก็จะทำให้เห็นโอกาสในอนาคตว่า พื้นที่ชายแดนแม่ฮ่องสอนนั้นมีศักยภาพเพียงใด สำหรับการเป็น Gateway หรือประตูการค้าของไทยเข้าสู่พม่า
ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนไทยพม่า อาจเป็นนิมิตหมายที่ดีทางเศรษฐกิจที่สำคัญจะนำพาความผาสุกมาสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศ แต่หากการเปิดประตูด้านตะวันตกท่ามกลางความไม่มั่นคงทางการเมืองของประเทศพม่า โดยเฉพาะการเจรจาสันติภาพระหว่างกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กับรัฐบาลพม่า ยังไม่บรรลุผล
ความเสี่ยงนั้นเป็นอีกด้านหนึ่งของโอกาสนายทหารประจำชายแดนทั้งไทยและพม่า ต่างก็มองตรงกันว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเร็วเกินไปจนน่าวิตก บรรยากาศการปรองดองกับกองกำลังกลุ่มต่างๆ และการปฏิรูปการเมืองในพม่า ยังต้องเผชิญกับภาวะกดดันต่างๆ อีกมาก ซึ่งนี่คือความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโอกาสที่ทุกคนมองเห็นแต่ด้านเดียว







