
ศึกกู้ 2 ล้านล้าน
สภาผู้แทนราษฎรจะมีคิวพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 ระหว่างวันที่ 1920 ก.ย. หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ดำเนินการพิจารณาเสร็จแล้ว
สภาผู้แทนราษฎรจะมีคิวพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 ระหว่างวันที่ 1920 ก.ย. หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ดำเนินการพิจารณาเสร็จแล้ว
ในรายงานของคณะ กมธ.ได้มีข้อเสนอแนะว่า การดำเนินโครงการตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงความคุ้มค่าและประหยัด โดยจะต้องมีกระบวนการติดตามการใช้เงินและการประเมินผลการดำเนินงาน รวมถึงประโยชน์ตอบแทนจากโครงการอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ การพิจารณาของสภาในวาระที่ 2 จะดำเนินการพิจารณาและลงมติเป็นรายมาตราจำนวน 19 มาตรา และเมื่อสภาเห็นชอบในทุกมาตราแล้วจะต้องลงมติอีกครั้งในวาระที่ 3 ว่าจะเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ทั้งฉบับหรือไม่ ถ้าสภาเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากจะต้องส่งร่าง พ.ร.บ.ที่สภาเห็นชอบให้วุฒิสภาดำเนินการต่อไป
เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นกฎหมายการเงินทำให้วุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่วุฒิสภาได้รับร่าง พ.ร.บ.จากสภา เว้นแต่ว่าวุฒิสภาจะมีมติขยายเวลาออกไปเป็นกรณีพิเศษ แต่จะขยายได้ไม่เกิน 30 วันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 146
สำหรับการพิจารณาของวุฒิสภาจะต้องทำเป็น 3 วาระเช่นกัน ตั้งแต่รับหลักการในวาระที่ 1 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จากนั้นส่งให้วุฒิสภาพิจารณาเป็นรายมาตราในวาระที่ 2 และเห็นชอบในวาระที่ 3 อย่างไรก็ตาม หากในกรณีที่วุฒิสภาเห็นชอบในวาระที่ 3 แต่ถ้ามีการแก้ไขในสาระสำคัญ ทางสภาสามารถขอให้ตั้งคณะ กมธ.ร่วมกันระหว่างสภาและวุฒิสภาได้
โดยเมื่อคณะ กมธ.ร่วมกันของสองสภาได้มีความเห็นร่วมกันแล้วจะส่งร่าง พ.ร.บ.ให้ที่ประชุมสภาและวุฒิสภาลงมติเห็นชอบก่อนจะส่งให้คณะรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป







