
ตำรวจรวบ2ไกด์ปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยว
รวบ2ไกด์ปล้นทรัพย์นักเที่ยวในซอยพัฒน์พงศ์ ได้ไอโฟน 5 มา1เครื่องนำไปขายได้เงินาแบ่งกันอีกยังหนี
รวบ2ไกด์ปล้นทรัพย์นักเที่ยวในซอยพัฒน์พงศ์ ได้ไอโฟน 5 มา1เครื่องนำไปขายได้เงินาแบ่งกันอีกยังหนี
วันนี้ (15 ก.ย.) ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ พ.ต.ท.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งมหาเมฆ พร้อมด้วยร.ต.อ.กุลวัฒน์ ตีรณากร รองสว.สส.สน.สน.ทุ่งมหาเมฆ แถลงข่าวจับกุม นายสมหมาย ทับทิม อายุ 42 ปีและนาย ฤทธิชา คงสมบูรณ์ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ จ.650/2556 ลงวันที่ 14 ก.ย. 56และเลขที่จ.651 /2556 ลงวันที่ 14 ก.ย. 2556 ในข้อหาปล้นทรัพย์ พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์ไอโฟน 5 สีดำ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ริมถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กทม.
พ.ต.ท.ศยาม กล่าวว่า การจับกุมสืบเนื่องจาก มีผู้เสียหายเป็นชายรายหนึ่ง ได้เข้าไปเที่ยวในสถานบริการแห่งหนึ่งภายในซอยพัฒน์พงศ์ระหว่างทางผู้เสียหายได้เดินออกมาตามถนนข้ามมายังฝั่งโรงแรมดุสิต จากนั้นได้มีกลุ่มชายจำนวน 3 คน เข้ามาทำร้ายร่างกายพร้อมกับปล้นทรัพย์สินไปหลายรายการ ก่อนจะพากันหลบหนีไป จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ
หลังเกิดเหตุ ทางฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ จนทราบว่า คนร้ายเป็นนายสมหมาย และ นายฤทธิชา อาชีพไกด์อิสระนำเที่ยวภายในซอยพัฒน์พงศ์และย่านสีลม ส่วนคนร้ายอีกรายทราบเพียงชื่อเล่นคือ นายทูน เป็นพนักงานบริการภายในซอยพัมน์พงศ์ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปสังเกตการณ์จนกระทั่ง พบนายสมหมาย และนายฤทธิชา ขณะกำลังเดินอยู่ริมถนนสีลม จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ ว่า อ้างว่าไม่ได้เป็นคนลงมือก่อเหตุ ให้การว่าในวันเกิดเหตุ พวกตนทำงานเสร็จแล้วกำลังจะกลับบ้าน แต่เผอิญพบนายทูน ซึ่งเคยรู้จักกันภายในซอยพัฒน์พงศ์ กำลังทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจึงได้หันมาเรียกพวกตน โดยบอกว่าขโมยทรัพย์สินของผู้เสียหายได้และจะแบ่งให้พวกตน ก่อนนายทูนจะเดินทางนำไอโฟน 5 ไปขายที่ร้านรับซื้อย่านถนนเพชรบุรี ได้เงินจำนวน 13,000 บาท จากนั้นนายทูนจึงนำเงินมาแบ่งให้คนละ 4,000 บาท และแยกย้ายกันหลบหนี ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดังกล่าว ทั้งนี้เงินที่ได้นั้นก็ได้นำไปใช้เที่ยวเตร่
เบื้องต้น ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ จึงแจ้งข้อหา ปล้นทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ส่วนนายทูน ผู้ต้องหาอีกรายยังอยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรัดติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







