posttoday
ธรรมะเรียลิตียกพวกดีกัน

ธรรมะเรียลิตียกพวกดีกัน

15 กันยายน 2556

เพียงแค่ปีแรก ครั้งแรก และยังไม่ถึงวันดำเนินโครงการก็เกินเป้าแล้ว...

เพียงแค่ปีแรก ครั้งแรก และยังไม่ถึงวันดำเนินโครงการก็เกินเป้าแล้ว...

กับโครงการธรรมเรียลิตี “ยกพวกดีกัน” ซึ่งล้อมาจากคำว่า “ยกพวกตีกัน” ของบรรดาเด็กอาชีวะทั้งหลาย ไอเดียเด็ดๆ โดนๆ เก๊ตเหลือล้ำจากสมองของ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กลฺยาโณ แห่งวัดสวนแก้ว

ที่ประกาศท้าเด็กอาชีวะมา “ยกพวกมาเจอกัน” ที่เวทีวัดสวนแก้ว โดยตั้งเป้ารับทั้งหมด 50 คน จาก 10 สถาบัน สถาบันละ 5 คน ตอนนี้ปิดรับสมัครแล้ว แต่ยอดเกินเป้ามา 30 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน

อาจารย์พยอมเลยต้องรับหมด เพราะสมัครมาเวลาไล่เลี่ยกัน โดยจะเริ่มดำเนินโครงการหลังปิดเทอม กำหนดวันที่ 919 ต.ค. 2556

โดยเด็กเหล่านี้สถาบันอาชีวศึกษาต่างๆ เป็นผู้คัดเลือกส่งตัวมา ไม่ใช่พ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกสมัคร แต่ก็คาดว่าพ่อแม่ของเด็กบางคนมีส่วนด้วย ประสานไปที่สถาบันเพื่อให้ส่งลูกเข้าร่วมโครงการ

หลายคนเป็นห่วงว่า 50 คน ก็เป็นจำนวนที่พอรับไหว แต่นี่ 80 คน ก็น่าเป็นห่วงอาจารย์พยอม เกรงว่าจะรับมือความเฮ้วหรือเกมของเด็กเหล่านี้ไม่ไหว

แม้ว่าท่านจะแจ้งไปทางสถาบันต่างๆ ให้พยายามส่งเด็กที่พอจะพูดจะสอนได้มาก่อน พวกฮาร์ดคอหัวโจ๊กหัวแถวที่ชักนำเพื่อนๆ รุ่นน้องใช้ความรุนแรง บู๊ล้างผลาญ ก้าวร้าว ห่ามๆ เบรกไว้ก่อน

แต่ในความเป็นจริงก็ไม่รู้ว่าเด็กที่พอบอกพอสอนได้นั้น...บอกสอนได้แค่ไหนอย่างไร หรือได้แต่ปาก แต่พอเอาจริงๆ ก็เผลอไม่ได้พร้อมจะมีเรื่องได้ทุกเมื่อเมื่อเห็นสถาบันอริ

โครงการนี้ อาจารย์พยอมตั้งใจมาก ทุ่มเทสุดๆ ไม่รับกิจนิมนต์ในช่วงโครงการ เพราะท่านต้องการอยู่กับเด็กๆ ให้เวลากับพวกเขาเต็มที คุมเองเลย

ทุนในการดำเนินโครงการจำนวน 1 ล้านบาท เป็นทุนที่ได้รับอนุมัติจากมูลนิธิวัดสวนแก้ว ไม่ได้ขอรับบริจาคจากที่ไหน และแม้ก่อนนี้จะมีคนขอบริจาค ปัจจุบันก็ยังมี แต่ท่านก็ปฏิเสธไม่รับ

แต่การที่ท่านไม่รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ไม่ใช่เพราะหวงบุญ อยากทำคนเดียว แต่เพราะโครงการนี้ท่านเองยังไม่มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน

ท่านเกรงว่าถ้าไม่สำเร็จ เช่น แค่วันแรกก็มีเด็กตีกันหัวร้างข้างแตก หรือทยอยออกจากโครงการวันละคนสองคน กลัวว่าเจ้าของเงินจะเสียความรู้สึก

ดังนั้น ในเมื่อโครงการแบบนี้ท่านไม่เคยมีประสบการณ์หรือทำมาก่อน ชั่วโมงบินไม่มี เพิ่งจัดเป็นครั้งแรก จึงไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย เลยขอทำเองและพิสูจน์ตัวเองก่อน

ถ้าครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ได้ผลเป็นที่พอใจ คือ จบโครงการเด็กที่แม้มาจากต่างสถาบัน ต่างสี แต่ออกมาแล้วก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไม่มีเปลี่ยนแปลง พร้อมที่จะแชร์ประสบการณ์ดีๆ ที่ได้รับจากโครงการให้กับเพื่อนๆ คุณครูที่สถาบัน

อย่างน้อยก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนคนอื่นๆ ที่ยังประพฤติตัวไม่ดีแต่อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ขณะที่พฤติกรรมส่วนตัวก็เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีพ่อแม่เห็นภูมิใจ

เมื่อนั้นท่านยินดีที่จะให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างคนซึ่งเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่นี้ หรือหากหน่วยงานไหน หรืออาจจะกรมอาชีวศึกษาอยากจะนำรูปแบบโครงการหรือหลักสูตรอบรมไปจัดก็ยินดีพร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที

และท่านเองก็วาดหวังตั้งใจจะทำโครงการนี้ต่อไป ถ้าประสบความสำเร็จด้วยดีเป็นที่พอใจก็จะรับเด็กในจำนวนที่มากขึ้น

สำหรับผมค่อนข้างเชื่อว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ 1.เพราะสถานที่จัดโครงการคือวัดซึ่งเป็นสถานที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจ และเป็นวัดสวนแก้ว ที่มีความสัปปายะ เงียบสงบ อาหารฟรี ของใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ที่จำเป็นฟรี แถมมีเงิน 1 หมื่นบาท ที่โครงการให้อีก

2.เพราะโครงการนี้อาจารย์พยอมทุ่มเททุกอย่าง โดยจะอยู่กับเด็กๆ ตลอดตั้งแต่เด็กเดินเข้าสู่วัด ไม่รับกิจนิมนต์ในช่วงโครงการ

และที่สำคัญด้วยบุคลิกของท่าน รูปแบบวิธีการสอนของท่าน หลักสูตรอบรมที่ท่านทำขึ้น รวมถึงบารมีของท่าน จะช่วยขัดเกลาจิตใจเด็กได้ อย่างน้อยเชื่อว่าเด็กที่เข้าร่วมโครงการจะเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมในทางที่ดีจากเดิมแน่นอน

อ้อ...ลืมบอกไปเงิน 1 หมื่นบาท ที่โครงการมอบให้กับทุกคนที่เข้าสู่โครงการนั้น จะได้รับก็ต่อเมื่ออยู่จนครบ 10 วัน 10 คืน

นั่นหมายความว่าผู้นั้นจะต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ที่อาจารย์พยอมตั้งไว้ พร้อมทำกิจกรรมและกิจวัตรต่างๆ ไม่ขาด ตลอด 10 วัน 10 คืน เช่น ตื่นทำวัตรสวดมนต์ตอนเช้าไม่ขาด ไม่ด่าหรือหาเรื่องคนอื่น เป็นต้น

วันที่ 9 ต.ค.นี้ หากใครว่างๆ จะลองไปสังเกตการณ์ดูที่วัดสวนแก้วท่านก็ยินดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท