
สินบนเงินล้านผมไม่เอาด้วย
คนอาจได้ยินชื่อ วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ในข่าวที่ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตรวจผับกลางกรุง 2 แห่ง คือ ที่ร้านเซฟเฮ้าส์ ซอยสุขุมวิท 63
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว/รัฐพงศ์ เทียมทองใบ
คนอาจได้ยินชื่อ วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ในข่าวที่ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตรวจผับกลางกรุง 2 แห่ง คือ ที่ร้านเซฟเฮ้าส์ ซอยสุขุมวิท 63 และร้านเทอร์มินอล บาย แพน ภายในซอยรัชดาภิเษก 16
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับ วิสาร บทบาทสำคัญของเขาคือ รมช.มหาดไทย (มท.3) กำกับดูแลกรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การประปานครหลวง (กปน.) และกรุงเทพมหานคร
โดยเฉพาะการได้กำกับดูแลกรมการปกครองที่ประกอบไปด้วย นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าในแต่ละปีมักมีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งกันอย่างครึกโครม!!!
ขณะเดียวกัน ไม่น่าแปลกใจนักที่วิสารอาจตกอยู่ในสภาวะหัวกะไดไม่แห้ง เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นสำหรับตำแหน่งของวิสารเรียกว่ามีอำนาจเต็มในการดูแลการโยกย้าย ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็หนีไม่พ้นการซื้อขายตำแหน่ง
เรื่องนี้ วิสาร บอกว่า เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ ซึ่งได้ยินอยู่บ่อยครั้งว่ามีคนนำเอาชื่อ ตำแหน่งของตัวเองไปหาเงิน หาประโยชน์เข้ากระเป๋า ตอนประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ได้กำชับบอกผู้ว่าฯ ทุกคนเสมอว่า ถ้ารู้เรื่องนี้ให้ส่งข้อมูลมาโดยตรงได้เลย และจะเร่งจัดการให้ถูกต้อง
“ยอมรับว่าไปที่ไหนคนก็จะเอาสิ่งของมาฝากมาให้ ช่วยเรื่องการโยกย้าย บางคนนำเงินมาให้เป็นล้านๆ ถามว่าคุณเอามาจากไหน ต่อไปคุณอาจไปรีดไถชาวบ้านมาทดแทนที่เสียไป ซื้อตำแหน่งแบบนี้ผมไม่เอาด้วย ซึ่งรัฐบาลก็มีจุดยืนเรื่องการปราปคอร์รัปชั่น ถ้ามันไม่หยุดที่ผม เรื่องนี้ก็จะไปยาวได้อีก เงินที่จะรับอะไรต่างๆ ใต้โต๊ะมันไม่คุ้มกับชื่อเสียง ผมคิดว่าการที่ตัวเองได้มายืนตรงจุดนี้ถือว่าโอเคมากแล้ว อยากให้คนพูดถึงเราบ้างว่าทำอะไรให้ประเทศชาติไว้บ้าง”
วิสาร เน้นย้ำว่า อยากได้คนที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพมาทำงานให้ประเทศ โดยเฉพาะตัวเองที่ได้กำกับดูนายอำเภอ ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่าขวัญกำลังใจอาจลดลง ดังนั้น ภายในปีนี้นายอำเภอซึ่งมีประมาณ 467 อำเภอ ที่ยังค้างอยู่ ทุกคนจะได้ขึ้นเป็นซี 9 ทั้งหมด
“เรื่องนายอำเภอ ผมมาคิดเล่นๆ โรงเรียนนายอำเภอกระทรวงไหม ถ้านายอำเภอได้ซี 9 จะได้สายสะพาย อยากให้ปรับจะได้สั่งงานได้ไม่ขัดเขิน บางอำเภออย่างหาดใหญ่ที่กว้างมาก แต่นายอำเภอมีแค่คนเดียว บางที่ปลัดอำเภอก็เหลือน้อย จึงต้องให้ความสำคัญนายอำเภอเพิ่ม ผมให้กำลังใจตลอดว่าก่อนจะเกษียณคุณได้ซี 9 แน่นอน”
ยอมรับว่าอึดอัดใจบ้างที่ต้องมานั่งในตำแหน่ง รมช.มหาดไทย
วิสาร บอกว่า ตามกระทรวงต่างๆ จะมีตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี เกิดความอึดอัดเล็กน้อยตรงที่เกิดตั้งที่ปรึกษาอาจมีการทับเส้นกัน เช่น รุ่นพี่จะมาซักถามว่าทำไมต้องตั้งคนนี้ ทำไมไม่ตั้งตำแหน่งนี้ให้เขา จึงเลือกที่จะไม่มีที่ปรึกษาแบบทางการ แต่เป็นแบบลับๆ อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คุณชวนพิศ ธรรมศิริ ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช และอีกหลายคนที่ผมไปหาคำปรึกษาโทรถามได้ตลอด
กลับมาที่เรื่องนโยบายที่เรียกเสียงฮือฮา คือการรุกคืบจัดระเบียบสังคม โดยวิสารได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตรวจผับกลางกรุง 2 แห่ง คือ ที่ร้านเซฟเฮ้าส์ ซอยสุขุมวิท 63 และร้านเทอร์มินอล บาย แพน ภายในซอยรัชดาภิเษก 16 จนสังคมจับตา เป็นสายตรวจสถานบันเทิงในช่วงกลางคืนที่สังคมให้ความสนใจไม่น้อย
ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการที่วิสารกำลังดำเนินการอยู่และหายไปในช่วงนี้ ไม่อาจหนีเสียงวิจารณ์ได้ว่าทำไมตรวจจับแล้วหายไป มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ หรือทำแบบนี้ไปเหยียบตาปลาใครหรือเปล่า?
“ตอนวัยเด็กได้ใช้ชีวิตที่ลำบากและได้พบเจอสังคมที่เยาวชนต้องเจอสิ่งที่ล่อแหลมมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่พาชักชวนไปทำสิ่งไม่ดี ครอบครัวบางคนมีปัญหาจากพ่อแม่ เราอยู่กระทรวงมหาดไทยทำอะไรไม่ได้มาก จึงอยากจะเป็นหน่วยที่จะวอร์นนิงสังคม ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ซึ่งการตรวจผับผมฝังใจกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ซานติก้าผับ
รู้สึกเศร้าและหดหู่เมื่อเห็นคนประสบเคราะห์กรรมที่ซานติก้า ในหน้าที่ของผมก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งคือบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย กรมการปกครอง ซึ่งมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อยู่ เราอยากไปเตือนเท่านั้นเองว่าคุณอย่าล้ำเส้นไปยาเสพติดนะ บางคนก็ตั้งคำถามกับผมว่าไปรับทรัพย์คนอื่นมาหรือเปล่าถึงหยุดลงพื้นที่ปราบปราม ตรงจุดนี้ตอบได้เลยว่าไม่มี
“ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดมีรายงานส่งเข้ามาหาเราตลอด เช่นมีการควบคุมตรงนี้ มีการจับกุมตรงไหนบ้าง สิ่งที่ผมได้ทำให้รู้ว่านายอำเภอ จังหวัดเริ่มตื่นตัวขึ้นมาบ้าง ไม่ได้อยู่เฉยเกินไป สิ่งที่รับไม่ได้เลยคือเรื่องยาเสพติด โดยเฉพาะผู้หญิง เด็กผู้หญิงมีอะไรที่ต้องระแวดระวังมากกว่าผู้ชาย ไปเจอสิ่งที่มันไม่ดีขึ้นมาจะเสียคนเอาง่ายๆ ถ้าเกิดเสียคนขึ้นมาคราวนี้ก็เลยตามเลย เราจึงคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะวอร์นนิงสังคมได้บ้าง ตอนแรกท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะร่วมมือกับผมด้วย ตี 45 ผับมันเปิดอยู่ได้ยังไง รวมไปถึงเวลาประชุมคณะรัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็เข้ามาให้กำลังใจผมว่าอย่าหยุดทำนะ
สิ่งที่ผมจะทำคือได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ท่านให้ความร่วมมืออย่างดีมาก และก็แจ้งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปทุบไปตี รีดไถหม้อข้าวใคร ซึ่งบางที่มันทำเกินไปก็ไม่ไหว”
แน่นอนการจัดระเบียบสังคม หวย บ่อน ผับ ตามสไตล์วิสาร “เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ต้อง” ว่าแล้วขณะนี้เขาได้เบาะแสเกี่ยวกับขบวนการเล่นพนันผ่านตู้ม้า ซึ่งกำลังแกะรอยถึงตัวการใหญ่
“บางที่มีตู้ม้าเยอะมาก ผมจะเน้นจับไปที่ตัวใหญ่ๆ เลย ตู้ม้าตู้บอลเคยไปศึกษามันสามารถล็อกให้ออกอะไรก็ได้โดยมีคนมอนิเตอร์อยู่ เด็กอยากรู้อยากเห็นอยากลอง พยายามหาข่าวอยู่ มีหน่วยงานหลายหน่วยอาทิ ทหาร ดีเอสไอ ฝ่ายความมั่นคง มาช่วยเราด้วย ซึ่งเป้าหมายของเราคือไม่อยากจับปลาซิวปลาสร้อย จะทำการยึดทรัพย์ ตรวจสอบเส้นทางการเงินมีต้นตอมาจากไหน ถ้าจับได้ตัวใหญ่ก็จะดีมากกว่า กำลังให้ทีมงานหาข่าวว่าอย่าไปจับรายเล็กๆ สาวลงไปให้ถึงตัวใหญ่ เบาะแสพบว่าอยู่แถว จ.ปทุมธานี นนทบุรี ปากน้ำ อยากที่จะจับเป็นขบวนการยึดทรัพย์ ถอนรากถอนโคน”
อย่างไรก็ดี ในเรื่องการรณรงค์ปราบปรามยาเสพติด วิสาร บอกว่า การรณรงค์ยาเสพติดให้เห็นพิษภัยเป็นเรื่องระดับชาติ จากนี้อีกไม่กี่วันจะมีงานใหญ่ด้วยเช่นกัน
“วันที่ 2728 ก.ย. จะทำแคมเปญรณรงค์ทั้งประเทศ เชิญทุกจังหวัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม อบายมุข ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ให้สังคมได้รับรู้ คุ้มครองให้เด็กห่างไกลอบายมุข มีสำนึกในทางที่ดี คือจะมีการทำเอ็มโอยูแบบเป็นทางการด้วย ให้เห็นว่าเด็กเป็นส่วนสำคัญของประเทศชาติ และท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะเอาน้องไปป์มาด้วย ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน เราจะทำให้เห็นถึงพิษภัยของยาเสพติดว่าเป็นยังไง วางแผนสถานที่ไว้คือสนามกีฬากองทัพบก หรือไม่ก็สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง”
เวลาเปิดปิดผับอาจไม่ได้ไปจำกัดมาก เพราะก็เข้าใจคนมาเที่ยวว่ากำลังสนุก สิ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญคือเรื่องยาเสพติด มันอันตรายมาก อย่างบารากุ บางร้านเราไม่รู้ว่าจะผสมยาเสพติดอะไรลงไปด้วยหรือไม่ อยากไปคุยกับทางดีเอสไอด้วยซ้ำว่าสามารถทำอะไรตรงนี้ได้บ้าง ขณะนี้ได้การตอบรับจากทางนครบาลที่ประชุมกันแล้วเห็นว่า ขณะนี้จะให้ผับปิดตี 1ตี 2 แต่เรื่องเวลาผมไม่ซีเรียสมาก จะห่วงก็แต่เรื่องยาเสพติด ตำรวจบางท่านก็มาบอกเรา พี่อย่าไปยุ่งเลย
“ขณะนี้ได้ประสานเชิงลึกไปยังผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คราวที่แล้วอาจจะประสานผิดพลาดเวลาเชิญมาประชุมกัน เราอยากจะให้รู้ว่าไม่มีเจตนาไปจับผิดเขา แม้กระทั่งเข้าไปตรวจผับก็อยากจะขอความร่วมมือ ซึ่งผมก็ไปเล่าให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ฟังว่าเราจะทำอย่างไร ซึ่งท่านเป็นคนที่พูดดีมากจนอยากจะเอาไปพูดให้โรงเรียนนายอำเภอฟังด้วยซ้ำ ท่านมีข้อมูลลึกๆ อยู่หลายเรื่อง เกี่ยวกับการประสานของตำรวจกับฝ่ายปกครอง ตรงจุดนี้ผมคิดว่าโชคดีที่ได้มาดูแลกรมการปกครองและ กทม.ด้วย เรียกว่าครอบคลุมทั่วประเทศ จึงอยากจะทำงานร่วมมือกับตำรวจในการขอความร่วมมือน่าจะไปได้ดี”
อย่างไรก็ตาม มาถึงคำถามที่สังคมสงสัยว่าทำไมถึงหายไปจากการตรวจจับ ที่ว่าอาจไปเหยียบตาปลาใครบ้างหรือไม่
วิสาร บอกว่า ต้องมีบ้างอยู่แล้ว เลยบอกฝ่ายตำรวจไปว่า ถ้ามหาดไทยไม่เข้าไปช่วยเดี๋ยวมันจะลามไปกันใหญ่ การที่นำทีม อส.ลงไปตรวจ คือถ้าคุณไม่ผิดก็ไม่จำเป็นต้องหนี คุณหนีแสดงว่ามีอะไรผิดปกติ ถ้ากินเหล้าฟังเพลงปกติเราจะไปทำอะไรคุณได้
รมช.มหาดไทย เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาหลังมีการเข้าไปจัดระเบียบตรวจผับ
“ณ วันนี้ มีคนยื่นข้อเสนอว่าให้เดือนละ 5 แสนถึงล้านบาท เพื่อให้หยุดการกระทำตรงนี้ ผมก็บอกเขาว่า ถ้าไปอีกรอบอย่าให้มีเรื่องยาเสพติดได้ไหม จะจ่ายเงินใครก็เรื่องของคุณไป แต่เรื่องทางหนีไฟ ความปลอดภัย ยาเสพติด ต้องดูแลให้ดี เด็กไม่เกิน 18 ปี ต้องดูวุฒิภาวะด้วย เราเห็นเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี มีรูปบนหน้าหนังสือพิมพ์บอกเลยว่ารับไม่ได้”
บางคนอาจตั้งข้อสังเกตว่า ปฏิบัติการที่ทำอยู่คล้ายกับ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีต รมว.มหาดไทย ที่ทำให้นโยบายจัดระเบียบสังคมกลายเป็นแบรนด์ประจำตัว
“ผมขอตอบได้เลยลุคตัวเองไม่ใช่แบบนั้น แค่ต้องการวอร์นนิงสังคม เข้าใจว่าวันนี้สังคมไม่ได้ขาวสะอาด 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าทำยังไงให้มันอย่าดำดิ่งไปมากกว่านี้” รัฐมนตรีจัดระเบียบสังคมมือใหม่ ยืนยัน







