
ปูพรมจับยาบ้าอยุธยายึด3แสนเม็ด
ตำรวจภาค 1 ระดมกำลังเข้าจู่ดจมตรวจค้นยาเสพติดหลายจุดในอยุธยา ยึดยาบ้าได้กว่า 3 แสนเม็ด
ตำรวจภาค 1 ระดมกำลังเข้าจู่ดจมตรวจค้นยาเสพติดหลายจุดในอยุธยา ยึดยาบ้าได้กว่า 3 แสนเม็ด
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. สำนักงาน ปปส.ภาค 1 และ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 รวมถึง พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบไพรพาลจำนวน 23 ชุด รวมจำนวน 506 นายพร้อมอาวุธครบมือ โดยนำหมายศาลจังหวัดเข้าเจ้าจู่โจมตรวจค้นขวนการค้ายาเสพติดหลายจุดในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากมีการจับกุมขบวนการค้าเสพติดได้ในเขต สภ.วังน้อย พร้อมปืนสงกรามอาก้า และมีการสืบสวนสอบสวนขยายผล จนทราบว่าเป็นขบวนการใหญ่ที่ค้ายาเสพติดในเขตกรุงเทพมหานคร ประมณฑล ภาคกลาง และภาคอิสาน โดยมีการติดต่อซื้อขายผ่านนักโทษในเรือนจำคลองไผ่ จังหวัดนครราชสีมา และพบว่ามีเป้าหมายอยู่ในเครือข่ายนี้ประมาณ 22 คน ซึ่งตำรวจกำลังเร่งดำเนินการรวมรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ
โดนตำรวจชุดปราบไพรพาลของ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้เข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านเลขที่ 88/61 หมู่บ้านร่มรื่น ถนนอุดมสรยุทธ์ หมู่ที่ 6 ตำบลเชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจพบยาเสพติดจำนวน 70 มัด รวมจำนวน 140,000 เม็ด
พร้อมควบคุมตัว นายณัฐวัฒน์ หรือ ตูน ติ่งชัยโรจน์ อายุ 34 ปี ซึ่งได้สารภาพว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดและเจ้าของบ้าน และขยายผลจับกุมผู้ร่วมขวนการได้อีก 3 คน คือ นายชัยยุทธ นาทวรทัต อายุ 32 ปี , นางสาววาสนา เผ่าผาง อายุ 22 ปี และ นางสาวอริสา กิ่งเงิน อายุ 27 ปี และยึดของกลางเพิ่มเป็นยาบ้าได้เพิ่งอีก 28,000 เม็ด และแท่นผลิตยาบ้า 1 ชุด
วันเดียวกัน พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง ผบช.ภ.1 แถลงผลการจับกุมจากการดำเนินการสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในเรือนจำคลองไผ่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับผู้จำหน่ายยาเสพติดในหลายจังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร ตาก สุพรรณบุรี ศรีษะเกษ ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ถือเป็นการกวาดล้างเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 23 คน พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนรวม 15 กระบอก กระสุนปืน 513นัด ยาบ้า 168,000 เม็ด ยาไอซ์ 940 กรัม แท่นผลิตยาบ้า 1 แท่น และอื่นๆ
พล.ต.ท.นเรศ กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ ถือเป็นการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ ที่ทางตำรวจใช้เวลาซุ่มดำเนินการกว่า 3 เดือน ใช้เงินไปจำนวนหลายแสนบาท ซึ่งเริ่มจากการสืบหาผู้อยู่ในขบวนการยาเสพติดชุดนี้ แล้วจึงทำการจับกุมมาเรื่อยๆ ล่าสุดวันนี้ในช่วงเช้าจึงได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปสำรวจและจับกุมที่จังหวัดอยุธยาได้หลายราย โดยผู้ต้องหาค้างเก่าและที่จับได้ใหม่ให้การรับสารภาพ โดยจะนำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
"สำหรับเครือข่ายของนักโทษในเรือนจำคลองไผ่นั้น ถือเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ ซึ่งทางเราได้กวาดล้างไปแล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ยังเหลือถือเป็นรายย่อย และจะเดินหน้ากวาดล้างต่อให้หมด โดยหลังจากนี้ยังต้องเช็คตลาดยาเสพติดและอาวุธต่อไปว่า หลังจากการจับกุมครั้งนี้แล้ว ดูว่ายาเสพติดขาดตลาด หรือของหายากขึ้นหรือไม่ แต่ถ้าไม่ก็แสดงว่ายังมีเครือข่ายใหญ่อีก ซึ่งจะต้องทำการติดตามจับกุมต่อไป" พล.ต.ท.นเรศกล่าว







