
บทบาทที่ถูกต้อง
เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีก เกี่ยวกับการเยือนต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุดทีมงานนายกฯ ไปทวีตภาพพร้อมระบุข้อความ “การเยือนนครรัฐอิตาลี”
เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีก เกี่ยวกับการเยือนต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุดทีมงานนายกฯ ไปทวีตภาพพร้อมระบุข้อความ “การเยือนนครรัฐอิตาลี” ทั้งที่ข้อความถูกต้องคือ “นครรัฐวาติกัน”
ถือว่าเป็นความผิดพลาดเล็กๆ ของทีมงานนายกฯ ที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะจะถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบยกมาโจมตี แต่เพราะทุกข้อความที่สื่อออกไป เป็นภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของนายกฯ และของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ในการเยือนต่างประเทศของนายกฯ รอบนี้ไม่เสียเปล่าทีเดียว เพราะมีการหารือทวิภาคีกับนายอือลี เมาเรอร์ ประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส และเชื้อเชิญให้สวิสเข้ามาลงทุนในโครงการต่างๆ รวมทั้งโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในประเทศเมียนมาร์
เรื่องการลงทุนในโครงการทวาย ประเทศเมียนมาร์นี้ เป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดทั้งความเป็นไปได้ของโครงการ และการสนับสนุนการลงทุน
เนื่องจากโครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างไทยกับเมียนมาร์ และยังเป็นการลงทุนในผืนแผ่นดินเมียนมาร์
ดังนั้น การเชิญชวนให้มีการลงทุนนั้น ควรเป็นหน้าที่ของเมียนมาร์มากกว่าประเทศไทย แม้ว่าไทยจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ก็ตาม
แต่ที่ผ่านมานายกฯ กลับกล่าวปาฐกถาและสุนทรพจน์ ซึ่งต้องใช้ในพิธีสำคัญและเรื่องสำคัญเท่านั้นในประเทศที่ไปเยือน เพื่อชวนมาลงทุนโครงการทวาย ในประเทศเมียนมาร์
เช่น การกล่าวปาฐกถาที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2556 หรือการกล่าวสุนทรพจน์ ณ อาคารรัฐสภาศรีลังกา กรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 31พ.ค. 2556 เชิญชวนให้ญี่ปุ่นและศรีลังกาลงทุนโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย รวมทั้งหยิบยกความสำคัญนานัปการ เพื่อกล่อมให้ สองประเทศดังกล่าวมาลงทุน
สวนทางกับภาวะที่ประเทศไทยยังต้องการการลงทุนจากต่างประเทศอีกมาก ทั้งเพื่อรองรับปัญหาเงินทุนจากต่างประเทศที่เริ่มไหลออก และทดแทนการส่งออกที่กำลังชะลอตัวลง
รวมทั้งเป็นการรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งประเทศไทยควรสร้างความได้เปรียบในการลงทุนให้ชาวต่างประเทศได้เห็น เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้ได้อย่างเต็มที่
ฉะนั้น การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลดระดับมาใช้เวทีการหารือทวิภาคี ในการพูดคุยเรื่องโครงการทวายในทริปของการเยือนสวิสครั้งนี้ จึงน่าเป็นทางออกที่ดีกว่าสำหรับนายกฯ ที่ถือว่าเป็นตัวแทนสูงสุดของประเทศไทย







