
ดิ้นขายข้าวหาเงินโปะจำนำ
‘พาณิชย์’เตรียมประมูลอีก2-3แสนตันยันมีโกดังกลางพอเก็บสต๊อกฤดูใหม่
‘พาณิชย์’เตรียมประมูลอีก2-3แสนตันยันมีโกดังกลางพอเก็บสต๊อกฤดูใหม่
“พาณิชย์” เร่งระบายข้าวหาเงินรับจำนำ จ่อประมูล 2-3 แสนตัน ย้ำคืนเงินเข้าคลังตามแผน
พร้อมปรับหลักเกณฑ์ให้เอกชนร่วมประมูลมากขึ้น ยันขายจีทูจีเป็นสัญญาซื้อขายไม่ใช่เอ็มโอยู
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงกำลังเร่งระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า จะเปิดประมูลปริมาณ 2-3 แสนตันให้กับเอกชนภายในประเทศ จะมีทั้งข้าวขาวและข้าวหอมมะลิ และขณะนี้ให้กรมการค้าต่างประเทศไปพิจารณาหลักเกณฑ์เพิ่มเติมที่จะให้ภาคเอกชนเข้าร่วมประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลมากขึ้น
“กำลังดูว่าวิธีการเดิมที่เปิดประมูลเหมาะสมหรือไม่ หรือต้องปรับหลักเกณฑ์ใหม่ เช่น จะประมูลยกคลังหรือไม่ และนำข้อเสนอของเอกชนมาประกอบการพิจารณาในเรื่องของการการันตีคุณภาพข้าวว่าสามารถทำได้หรือไม่” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของการระบายข้าวให้กับเอกชนต่างประเทศโดยตรง และการระบายผ่านรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ก็มีความ คืบหน้ามากขึ้น ซึ่งล่าสุดการขายข้าวให้จีน 1.2 ล้านตัน และอิหร่าน 2.5 แสนตันนั้น ยืนยันว่าเป็นสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) โดยจีนจะมีการรับมอบข้าวบางส่วนภายในปีนี้ เช่นเดียวกับอิหร่านที่จะรับมอบข้าวในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ขณะที่อิรักจะเดินทางมาไทยเพื่อเจรจาซื้อขายข้าวกับไทยในเร็วๆ นี้เช่นกัน
นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์สามารถส่งเงินจากการระบายข้าวให้กับกระทรวงการคลังได้แล้ว 1.5 แสนล้านบาท และคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะสามารถส่งเงินคืนได้ตามแผน 2 แสนล้านบาท และเชื่อว่าการส่งออกข้าวไทยปี 2556 จะสามารถส่งออกไม่ต่ำกว่า 78 ล้านตัน โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึงปัจจุบัน สามารถส่งออกข้าวแล้วกว่า 4 ล้านตัน
สำหรับการรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ 2556/2557 นายนิวัฒน์ธำรง จะใช้วิธีรับจำนำมาแล้วเปิดระบายเป็นข้าวนึ่งให้กับผู้ส่งออกเพื่อลดภาระการจัดเก็บสต๊อกข้าวของรัฐบาลหรือไม่นั้น มองว่าตลาดข้าวนึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการส่งออกข้าวไทยเท่านั้น และปกติเอกชนก็จะมีการหาซื้อข้าวเปลือกในตลาดเพื่อทำตลาดข้าวนึ่งอยู่แล้ว การใช้รูปแบบระบายเพื่อทำข้าวนึ่งคงทำไม่ได้ทั้งหมด ต้องดูความต้องการตลาดและระยะเวลาที่เหมาะสม ยืนยันว่า รัฐบาลมีโกดังกลางในการจัดเก็บสต๊อกเพียงพอ และไม่มีปัญหากับกระทรวงการคลังในเรื่องของการหาเงินมาใช้รับจำนำฤดูใหม่ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบวงเงินหมุนเวียน 2.7 แสนล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวจะเป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันส่วนหนึ่งและเงินจากการระบายข้าวที่กระทรวงพาณิชย์ไปเจรจาขายข้าว ดังนั้นกระแสข่าวที่ระบุว่าทั้งสองหน่วยงานเสียงแตกในเรื่องการหางบประมาณรับจำนำ ไม่มีภาพเหล่านั้นอย่างแน่นอน เพราะทั้งสองหน่วยงานจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการับจำนำข้าวของรัฐบาลเดินหน้าต่อไป
ด้านบลูมเบิร์กรายงานอ้าง ฟาม ตง กวง รองผู้อำนวยการแผนกเพาะปลูกพืชผลการเกษตร กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนาม ว่า เวียดนามมีแผนจะปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวใหม่ โดยอาจลดปริมาณการปลูกข้าวลงตั้งแต่ปีหน้า เพื่อหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน เช่น ข้าวโพด ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาดี โดยซึ่งคาดว่าทางกระทรวงจะอนุมัติได้ภายในปลายปีนี้ เพื่อเริ่มการเพาะปลูกใหม่ในปีหน้า แผนการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรตามพื้นที่ชนบท ซึ่งแม้ทางการเวียดนามจะพยายามแก้ปัญหามาหลายปีแล้ว ทว่าเรื่องนี้กำลังเป็นปัญหาด่วนที่ต้องเร่งแก้ไขมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบากและตลาดข้าวที่มีการแข่งขันรุนแรงขึ้นการลดปริมาณการปลูกข้าวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ของประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลกครั้งนี้ อาจเอื้อประโยชน์แก่ไทยและอินเดีย ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักของเวียดนาม หลังจากที่ปริมาณข้าวกำลังล้นตลาดโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์
“หากเวียดนามลดการปลูกข้าวลง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศผู้ส่งออกข้าวรายอื่นๆ แต่ก็จะทำให้ประเทศผู้นำเข้าต้องเจ็บตัวแทน แผนการนี้ดูเป็นเรื่องที่ดีในแง่ของการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเกษตรกร” เดวิด ดาวี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) กล่าว







