posttoday
เมื่อFTAมาถึงยาโคตรแพง-คนจนห้ามป่วย

เมื่อFTAมาถึงยาโคตรแพง-คนจนห้ามป่วย

12 กันยายน 2556

จากที่สหภาพยุโรปบังคับให้มีการผูกขาดข้อมูลยา 10 ปีส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศเพิ่มขึ้นถึง 340 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดย...ณัฐกานต์ กิจประสงค์ มูลนิธิเข้าถึงเอดส์

เรื่องเดียวที่ทำให้มนุษย์เป็นทุกข์ในโลกนี้ คือเรื่องการเจ็บป่วย แต่ก็ไม่ใช่เพราะทุกข์จากการเจ็บป่วยเพียงอย่างเดียว แต่ทุกข์จากการที่ต้องคิดว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้รักษา

เมื่อประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ทำให้คนไทยทุกคนมีหลักประกันสุขภาพ นอกเหนือไปจากข้าราชการและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่มีหลักประกันสุขภาพมาก่อนหน้านั้นแล้ว “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า”ครอบคลุมคนไทยทุกคน

ทั้งนี้ เป็นหลักประกันว่าคนไทยจะไม่ล้มละลายจากความเจ็บป่วย ไม่ต้องขายไร่ ขายนา ขายตัว เพื่อเอาเงินไปรักษาคนที่รักยิ่งในครอบครัวที่ป่วยด้วยโรคราคาแพง

ที่บอกว่าโรคราคาแพงไม่ได้หมายความว่าโรคนั้น ราคาแพง แต่การจะรักษาโรคนั้นๆ ให้หายได้ ต้องใช้เงินมหาศาล หลักแสน หลักล้าน หรือบางกรณีถึงหลายล้านบาท

แต่อะไรล่ะที่ทำให้โรคธรรมดาราคาแพงได้ เวลาโรคจะมาเคาะประตูเยี่ยมเรา หรือมาขอใช้ร่างกายเราเป็นที่อาศัยก็ไม่ได้บอกก่อนล่วงหน้า ไม่ได้เลือกจากรูปร่าง หน้าตา ฐานะ ใครๆ ก็มีสิทธิป่วยด้วยโรคต่างๆ ได้ทั้งนั้น
หลายโรคต่อให้พยายามอย่างไร เราก็นึกไม่ออกว่าจะป้องกันไม่ให้เจ้าโรคนั้นมาใช้ร่างกายเราเป็นที่อาศัยได้ อย่างเช่น มะเร็ง

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยาราคาแพง เรียกว่า “สิทธิบัตรยา”

สิทธิบัตรเป็นแรงจูงใจให้ผู้คิดค้น วิจัย พัฒนา “ยาตัวใหม่ๆ ของโลก” ได้รับสิทธิในการขายยานั้นแต่เพียงผู้เดียว เป็นเวลา 20 ปี ยาตัวนั้นจะมีชื่อเรียกอย่างหรูว่า “ยาต้นแบบ” (Original Drugs)
หลังจากนั้นหากมีเจ้าที่สอง เจ้าที่สามที่คิดได้เหมือนกัน ผ่านขั้นตอนการพิสูจน์แล้วว่ามีคุณภาพเท่าเทียมกันกับยาต้นแบบ ก็จะสามารถมาขายคู่กันในท้องตลาดได้ เรียกว่ายาชื่อสามัญ (Generic Drugs)
เมื่อมีการแข่งขันในตลาด แน่นอนว่าราคายานั้นย่อมถูกลงกว่า 20 ปีแรก ที่มีผู้ขายได้แต่เพียงผู้เดียวอย่างแน่นอน อย่างเช่น ยาเล็ทโทรโซล เป็นยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านม ยาต้นแบบราคา 230 บาท ขณะที่ราคายาชื่อสามัญนั้นราคาเพียง 6 บาท

องค์การการค้าโลกซึ่งประเทศไทยก็เป็นสมาชิกอยู่ด้วย ให้รางวัลผู้ประดิษฐ์คิดค้นยาใหม่ๆ ให้ขายได้เพียงผู้เดียวในตลาด เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ เวลา 20 ปีก็นานพอที่จะทำกำไรได้เกินการลงทุนแล้ว แต่หากเราเป็นเจ้าของสิทธิบัตร เราก็คงอยากหาทางทำให้เรายังคงเป็นเจ้าเดียวที่ขายได้ในตลาด แบบไม่ต้องมีคู่แข่งตลอดไป

จึงเป็นที่มาของข้อเสนอต่อประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีอุตสาหกรรมยาขนาดใหญ่อย่างสหภาพยุโรป (อียู) ต้องการมากที่สุด คือขยายเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรจาก 20 เป็น 25 ปี และคุ้มครองข้อมูลทดสอบยา

กล่าวอีกอีกนัยหนึ่ง คือ การผูกขาดข้อมูลการขึ้นทะเบียนตำรับยา (Data Exclusivity) ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น “สิทธิบัตรอำพราง” เพื่อเพิ่มการผูกขาดของสิทธิบัตรที่มีอยู่เดิม โดยอาจมีระยะเวลาการผูกขาดเพิ่มมากขึ้นถึง 10 ปี จากประสบการณ์ในหลายประเทศ เช่น โคลัมเบีย หลังจากที่สหภาพยุโรปบังคับให้มีการผูกขาดข้อมูลยา 10 ปี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศเพิ่มขึ้นถึง 340 ล้านเหรียญสหรัฐ (10,200 ล้านบาท) ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่พบว่าถ้าปล่อยให้มีการผูกขาดข้อมูลการขึ้นทะเบียนตำรับยาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 (ซึ่งเป็นปีที่ทำการศึกษา) ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านยาของไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2556) จะสูงถึง 81,356 ล้านบาทต่อปี และมากกว่ามูลค่าการคงสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) ที่ไทยหวังจะได้จากการเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป ที่คิดเป็น 79,422 ล้านบาท

สหภาพยุโรปยื่นข้อเรียกร้องนี้ต่อทุกประเทศที่เจรจาการค้าเสรี ล่าสุดรัฐบาลอินเดียหาญกล้า ยืนกระต่ายขาเดียวไม่รับข้อเสนอข้อนี้ ไม่รับข้อตกลงที่เกินไปกว่าทริปส์ การเจรจายืดเยื้อยาวนาน แต่แล้วสหภาพยุโรปก็ต้องยอมถอดข้อเรียกร้องนี้ออกไปจากการเจรจา โดยที่ไม่ต้องล้มโต๊ะเจรจา

อินเดียถือเป็นร้านยาของโลกที่ผลิตยาชื่อสามัญคุณภาพดี ราคาถูกให้ทั่วโลกได้เข้าถึงการรักษาโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ นี่เป็นตัวอย่างของความหาญกล้าของรัฐบาลที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน การเจรจาการค้าเสรีระหว่างอินเดียกับสหภาพยุโรปก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยไม่ต้องเอาชีวิตของคนอินเดียไปแลก

แต่...หากการเจรจาเสรีการค้าระหว่างไทย-สหภาพยุโรป ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 16-20 ก.ย.ที่จะถึงนี้ แล้วรัฐบาลไทยไม่ยืนยันที่จะปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย ยอมแลกเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ยอมข้อตกลงที่เกินไปกว่าทริปส์ เพื่อแลกกับการได้ต่ออายุสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) ให้กับนายทุน

ประชาชนและคนป่วยก็คงต้องสู้สุดใจ แม้จะต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท