
เพื่อนบ้านตื่น แต่คนไทยยังหลับ
เห็นภาพชาวกัมพูชาหลายหมื่นหรือเป็นแสนคนมาชุมนุมเต็มลานกว้างจนสุดสายตา เพื่อประท้วง “ระบอบฮุนเซน” ที่บริหารประเทศแบบเผด็จการประชาธิปไตย ครองอำนาจต่อเนื่องกว่า 15 ปี ลุแก่อำนาจ ทุจริตคอร์รัปชั่น ให้ต่างชาติครอบครองที่ดินการเกษตรและในตัวเมือง กอบโกยเพื่อครอบครัวตัวเอง โกงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่มีทั้งคนหาย บัตรผี เวียนเทียน แม้แต่สถานทูตสหรัฐยังออกแถลงการณ์ที่พูดแบบนักการทูตว่า ได้เห็น “ความผิดปกติและวิปริต” ของการเลือกตั้งครั้งนี้ หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือมีการโกงกันอย่างมโหฬารนั่นเอง สม รังสี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน เพิ่งได้กลับมาหาเสียงไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง เขายังได้ที่นั่งเพิ่มมากถึงขนาดนี้
เห็นภาพชาวกัมพูชาหลายหมื่นหรือเป็นแสนคนมาชุมนุมเต็มลานกว้างจนสุดสายตา เพื่อประท้วง “ระบอบฮุนเซน” ที่บริหารประเทศแบบเผด็จการประชาธิปไตย ครองอำนาจต่อเนื่องกว่า 15 ปี ลุแก่อำนาจ ทุจริตคอร์รัปชั่น ให้ต่างชาติครอบครองที่ดินการเกษตรและในตัวเมือง กอบโกยเพื่อครอบครัวตัวเอง โกงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่มีทั้งคนหาย บัตรผี เวียนเทียน แม้แต่สถานทูตสหรัฐยังออกแถลงการณ์ที่พูดแบบนักการทูตว่า ได้เห็น “ความผิดปกติและวิปริต” ของการเลือกตั้งครั้งนี้ หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือมีการโกงกันอย่างมโหฬารนั่นเอง สม รังสี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน เพิ่งได้กลับมาหาเสียงไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง เขายังได้ที่นั่งเพิ่มมากถึงขนาดนี้
คนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางเขมรเริ่มทนไม่ไหวกับการลุแก่อำนาจของฮุนเซนที่กอบโกยเพื่อประโยชน์แก่ครอบครัวเป็นสำคัญ สื่อออนไลน์เป็นช่องทางในการสื่อสารถึงกันของคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ สม รังสี และพวก เชื่อมั่นว่าเขาสามารถเอาชนะเลือกตั้งครั้งนี้ได้ ผลที่ออกมา พรรคฝ่ายค้านได้ถึง 55 ที่นั่ง จากเดิม 22 ที่นั่ง พรรครัฐบาลได้ 68 ที่นั่ง ลดจากเดิมที่เคยได้ 90 ที่นั่ง รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญที่เคยกำหนดให้พรรคที่จะตั้งรัฐบาลต้องมีเสียง 2 ใน 3 เหลือเพียงครึ่งเดียวเพื่อให้รัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ สมรังสีและประชาชนเชื่อว่า พวกเขาถูกโกง จึงออกมาชุมนุมคัดค้านมืดฟ้ามัวดินอย่างที่คนทั่วโลกได้เห็นภาพนี้
มาเลเซียซึ่งเพิ่งผ่านการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือน ก.ค. 2556 รัฐบาลพรรคพันธมิตรนำโดยพรรคอัมโนซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่ได้รับเอกราชรวมทั้งสิ้น 56 ปี เสียที่นั่งจำนวนมากในการเลือกตั้งทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสภาแห่งรัฐตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ก็เสียที่นั่งในสภาไปอีก 7 ที่ กล่าวคือ พรรคพันธมิตรได้ 133 ที่นั่ง พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ 89 ที่นั่งซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 56 ปี
การเมืองในประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองที่เปลี่ยนไป สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลที่มีอำนาจยาวนาน ลุแก่อำนาจ ทุจริตคอร์รัปชั่น แม้ทำให้ประเทศพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่ถึงจุดหนึ่ง ประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายในการใช้อำนาจเพื่อครอบครัว พรรคพวก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีของกัมพูชาที่เรามองว่าเป็นเพื่อนบ้านที่ด้อยกว่าเรา แต่คนเขมรกลับตื่นตัวทางการเมืองมากกว่าคนไทย คนเขมรได้ตื่นและลุกขึ้นต่อต้านระบอบฮุนเซนที่ครองอำนาจมากว่า 15 ปีและเตรียมส่งต่ออำนาจให้ลูก คนเขมรรุ่นใหม่แสวงหาเสรีภาพ ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ส่วนคนมาเลย์ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศก็เริ่มมองหาทางเลือกใหม่ โดยมี อันวาร์ อิบราฮิม เป็นทางเลือก
แล้วคนไทยเล่า ทั้งที่โดนยิ่งกว่าฮุนเซนกระทำต่อคนเขมร คนไทยภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ส่วนใหญ่มีชีวิตที่เลวลง ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่เงินฝืด กระเป๋าแฟบลงเพราะล้วงลงไปแล้วเจอแต่หนี้ ข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน นี่คือความจริง ไม่ใช่ความฝัน คิดไปเองหรือรู้สึกไปเอง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ชีวิตและร่างกายถูกข่มขู่คุกคามหากพูดหรือเขียนไม่ถูกใจรัฐบาล แม้ผู้นำไปโกหกหน้าตายที่เจนีวาทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย แต่สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในไทยก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้ ประชาธิปไตยในไทยคือเผด็จการเสียงข้างมาก สภากลายเป็นสภาทาส พรรคการเมืองเป็นเพียงบริษัทจำกัด รัฐบาลจะทำอะไรก็ได้โดยอาศัยเสียงข้างมากลากไป หลักนิติรัฐและนิติธรรมถูกคุกคามหากขัดกับความต้องการของผู้มีอำนาจ ถ้าชาติได้ประโยชน์ ตัวเองต้องได้ประโยชน์ด้วย เอาภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง ประเทศชาติถูกบริหารโดยการสั่งการจากคนภายนอก ภารกิจสำคัญเร่งด่วนสูงสุดของรัฐบาลชุดนี้ คือการยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ การฟอกผิดคนหนีคดี ส่วนความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นอันดับรอง
เศรษฐกิจของประเทศเสียหายมากในช่วง 2 ปีที่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ แต่เป็นเรื่องที่สัมผัสได้ยากในระดับคนชั้นล่าง นอกจากคนระดับผู้เชี่ยวชาญ ครูบาอาจารย์ ท่านผู้รู้ นักเศรษฐศาสตร์มหภาค ที่ทุกคนต่างส่ายหน้ากับการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนต่างประเทศเกินความจำเป็น ทำให้สูญเสียเวลาและโอกาสในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างน่าเสียดาย
เมืองไทยเวลานี้ดูเหมือนกับเป็นประเทศที่มีความสงบสุข เจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความสุข ชีวิตดำเนินไปตามปกติ แต่ลึกลงไปประเทศชาติกำลังเดินเข้าสู่วิกฤต ภาษีของประชาชนที่ถูกใช้ไปในนโยบายประชานิยมกำลังกินตัวเอง บ้านเมืองมีหนี้สินเพิ่มขึ้นหลายล้านล้านบาทที่ลูกหลานต้องรับใช้ไปอีก 50 ปี คนระดับรากหญ้ามีหนี้สินเพิ่มขึ้น คนชั้นล่างและคนชั้นกลางล่างเริ่มรู้สึกเดือดร้อน การทุจริตคอร์รัปชั่นรุนแรงมากขึ้นทุกขณะและทำอย่างไม่เกรงอกเกรงใจคนไทยผู้เสียภาษี รัฐบาลบริหารประเทศแบบไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ ลัดขั้นตอน บ้านเมืองกำลังเสียโอกาสในการพัฒนาให้ทัดเทียมกับเพื่อนบ้านทั้งที่พื้นฐานทางเศรษฐกิจของเราแข็งแรง
คนเขมร คนมาเลเซียตื่นแล้ว แล้วคนไทยล่ะเมื่อไรจะตื่นเสียที บังเอิญที่กัมพูชาและมาเลเซียเพิ่งมีการเลือกตั้ง ประชาชนจึงแสดงออกผ่านการเลือกตั้งได้ แต่เมืองไทยกำลังเดินเข้าสู่วิกฤตในทุกวันเวลาที่ผ่านไป แล้วคนไทยจะทำอย่างไร







