
ค่าซ่อมรถดับเพลิงร้อยล้าน
ความเสียหายหลังจอดทิ้งเสื่อมสภาพกทม.ชี้ยังนำออกมาใช้ไม่ได้รออนุญาโตฯ
ความเสียหายหลังจอดทิ้งเสื่อมสภาพกทม.ชี้ยังนำออกมาใช้ไม่ได้รออนุญาโตฯ
กทม.เผยยังนำรถเรือดับเพลิงออกมาใช้ไม่ได้ ต้องรอผลคดีในชั้นไต่สวนอนุญาโตตุลาการที่กรุงเจนีวา
พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า การจะนำรถและเรือดับเพลิงออกมาใช้ได้หรือไม่ ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาในคดีทุจริตจัดซื้อรถเรือดับเพลิงจะต้องให้คณะอนุญาโตตุลาการตัดสินคดีความเรื่องนี้ก่อน เพราะมีการต่อสู้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ขณะนี้อยู่ในชั้นไต่สวนของคณะอนุญาโตตุลาการ ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดรถที่จอดไว้นั้นล้อรถเสื่อมสภาพ เพราะตากแดดไว้นานหลายปีจนไม่สามารถนำมาใช้การได้ ส่วนเครื่องยนต์ต่างๆ ยังสามารถใช้การได้อยู่ แต่หากมีการซ่อมแซมคงต้องใช้เงินหลายร้อยล้านบาท
แหล่งข่าวจาก กทม. เปิดเผยว่า จะต้องศึกษารายละเอียดคำพิพากษาและแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเสนอต่อชั้นอนุญาโตตุลาการของศาลโลก ซึ่งจะเป็นข้อต่อสู้ที่มีน้ำหนักมากขึ้น ว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ที่มีศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลยุติธรรมชั้นสูงสุดของประเทศได้พิพากษาว่าอดีต รมช.มหาดไทย และอดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีความผิดทุจริตในการจัดซื้อ
นอกจากนี้ เนื่องจากคดีนี้มีความเกี่ยวข้องกันหลายคดีที่ซ้อนกันอยู่ ซึ่งยังมีการฟ้องร้องของบริษัทเอกชน 2 แห่งกับ กทม. คือ บริษัท นามยง เทอร์มินัล ที่ดูแลรถดับเพลิงที่จอดอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนเรือและรถดับเพลิงบางส่วนอยู่ที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ในการดูแลของบริษัท เทพยนต์ ซึ่งมีการฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กทม. ในการเรียกเก็บค่ารักษารถและเรือดับเพลิง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ขณะนี้ ปปง.ได้เร่งขอคัดคำพิพากษาจากศาลฎีกาว่า มีคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตหรือไม่ หากมีจะเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ซึ่งจะประชุมกันในวันที่ 19 ก.ย.นี้ จะพิจารณาเพื่อยึดอายัดทรัพย์ของนายประชา และ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ







