posttoday
ซีเรียรอดหนุนตลาดทุนโลก

ซีเรียรอดหนุนตลาดทุนโลก

12 กันยายน 2556

ตลาดทุนโลกมีทิศทางสดใสขึ้นทันที เมื่อประชาคมโลกคลายความกังวลจากสถานการณ์ซีเรียที่เริ่มผ่อนคลาย โดยเฉพาะท่าทีที่อ่อนลงของสหรัฐ แต่กลับเป็นข่าวร้ายของราคาน้ำมันและราคาทองคำ เมื่อประธานาธิบดี บารัก โอบามา ออกแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาว ระบุจะเน้นใช้วิธีทางการทูตแทนการใช้กำลังกับซีเรียพร้อมกับเรียกร้องให้สภาคองเกรสเลื่อนการพิจารณามติใช้กำลังกับซีเรียออกไป

ตลาดทุนโลกมีทิศทางสดใสขึ้นทันที เมื่อประชาคมโลกคลายความกังวลจากสถานการณ์ซีเรียที่เริ่มผ่อนคลาย โดยเฉพาะท่าทีที่อ่อนลงของสหรัฐ แต่กลับเป็นข่าวร้ายของราคาน้ำมันและราคาทองคำ เมื่อประธานาธิบดี บารัก โอบามา ออกแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาว ระบุจะเน้นใช้วิธีทางการทูตแทนการใช้กำลังกับซีเรียพร้อมกับเรียกร้องให้สภาคองเกรสเลื่อนการพิจารณามติใช้กำลังกับซีเรียออกไป

ขณะเดียวกัน ทางด้าน วาลิด อัลมูอัลเลม รัฐมนตรีต่างประเทศของซีเรีย ก็รับลูกยอมรับข้อเสนอของรัสเซียที่ผลักดันให้ซีเรียส่งมอบอาวุธเคมีในครอบครองให้อยู่ภายใต้การควบคุมของนานาชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีจากสหรัฐและพันธมิตร

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 127.94 จุด หรือ 0.85% มาปิดที่ 15,191.06 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี500 ปิดที่ 1,683.99 จุด เพิ่มขึ้น 12.28 จุด หรือ 0.73% ดัชนีแนสแด็ก ปิดที่ 3,729.02 จุด เพิ่มขึ้น 22.84 จุด หรือ +0.62% เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทองคำน้ำมันดิ่ง

ท่าทีที่ผ่อนคลายลงในวิกฤตซีเรียยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบาที่ไนเม็กซ์งวดส่งมอบเดือน ต.ค.ปรับตัวลดลงถึง 2.13 เหรียญสหรัฐที่นิวยอร์ก ลงไปอยู่ที่ 107.39 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ ปิดที่ 111.25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 2.47 เหรียญสหรัฐ

ทางด้านราคาทองคำปรับลดลงเช่นกัน หลังจากที่นักลงทุนกลับเข้าไปเสี่ยงในตลาดหุ้นมากขึ้น ทำให้ราคาทองคำงวดส่งมอบเดือน ต.ค. ที่ตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ ดิ่งลง 22.70 เหรียญสหรัฐ คิดเป็น 1.6% มาปิดที่ 1,364 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

ทั้งนี้ ราคาทองคำในตลาดโลกที่ลดลงมากในช่วงนี้ รวมถึงการกลับมาแข็งค่าของเงินบาท ปิดที่ระดับ 31.95/97 ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศร่วงลงแรงถึงบาทละ 250 บาท ติดต่อกัน 2 วัน รวม 500 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อที่ 20,600 บาท และขายออกที่ 20,700 บาท

นักค้าทองคาดว่าแนวโน้มราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อเนื่อง นอกจากสถานการณ์ซีเรียเริ่มคลี่คลายลงแล้ว ประมาณกลางเดือน ก.ย.นี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปเรื่องการลดขนาดคิวอีลง ทำให้สภาพคล่องที่เคยท่วมโลกเริ่มลดน้อยลง จึงมีแรงเก็งกำไรในสินทรัพย์ต่างๆ น้อยลง

ต่างชาติบุกซื้อหุ้นและตราสารหนี้ไทย

ด้านตลาดหุ้นนิกเกอิของญี่ปุ่น ไต่ระดับ 1.71 จุด มาปิดที่ 14,425.07 ด้วยอานิสงส์จากชัยชนะในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2020 และตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใสเกินคาดก่อนหน้านี้

ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ถีบตัวขึ้น 3.29 จุด หรือ 0.15% มาปิดที่ 2,241.27 จุด หลังประกาศว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง ส่วนดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดฮ่องกง ดิ่งลง 39.51 จุด หรือ 0.17% มาปิดที่ 22,937.14 จุด ข้ามมาฝั่งตะวันตก มีบวกและลบคละกัน

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงเกือบตลอดทั้งวัน กลับมีแรงไล่ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน และสื่อสาร ในช่วงเวลา จนผลักดันให้ดัชนีหุ้นตีกลับขึ้นแรงและรวดเร็ว จนมาปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,411.18 จุด บวก 18.01 จุด หรือ 1.29% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 44,182 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 3,339 ล้านบาท และตราสารหนี้ไทย 7,527 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในเอเชีย แม้ว่าในระหว่างเทรดดัชนีจะปรับตัวลงเช่นเดียวกับตลาดเพื่อนบ้าน แต่ในช่วงท้ายตลาดกลับมีแรงไล่ซื้อหุ้น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน รับเหมาก่อสร้าง เข้ามาผลักดันให้ตลาดดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เป็นภาวะที่ผิดปกติ

แนวโน้มตลาดหุ้นยังมีโอกาสอ่อนตัวลง เนื่องจากไม่มีข่าวดีใหม่ๆ สนับสนุน และยังมีปัจจัยลบรออยู่ข่างหน้าอีกมาก เช่น กลางเดือน ก.ย.จะทราบผลการลดขนาดคิวอีของเฟด และราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงรุนแรงจากซีเรียรอดพ้นจากการถูกโจมตี ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีน้ำหนักสูงมากในการคำนวณดัชนีหุ้นไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ